ลูกค้า UBER ต้องทำอย่างไรต่อไป หลังสตาร์ตอัพควบรวมกิจการกับ Grab?

Share this article with other mums

Grab ผู้ให้บริการเดินทางขนส่งและรับส่งอาหารผ่านแอพพลิเคชัน ประกาศเข้าควบรวมกิจการกับ UBER ธุรกิจคู่แข่ง ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลอย่างไรกับผู้ใช้บริการ

Grab (แกร็บ) บริษัทสตาร์ตอัพให้บริการการเดินทาง ขนส่งและรับส่งอาหารผ่านแอพพลิเคชัน ประกาศเข้าควบรวมกิจการกับ UBER (อูเบอร์) ธุรกิจผู้ดำเนินธุรกิจบริการระบบการเดินทางคู่แข่ง ในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย หลังจากมีข่าวลือช่วงเดือนก่อนหน้านี้ ที่เพิ่งสะพัดอย่างหนักช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย แอนโทนี่ ตัน ประธานบริหารของ Grab เรียกการควบรวมกิจการครั้งนี้ว่าเป็น “หมุดหมายการเริ่มต้นของศักราชใหม่”

UBER

แต่คำถามที่ผู้คนอยากรู้มากที่สุดเวลานี้คือ ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลอย่างไรกับผู้ใช้บริการลูกค้าอย่างเราๆ? AMG สรุปมาให้แล้วที่นี่

บริการเรียกรถของ อูเบอร์ จะรวมอยู่ในแอพฯ ของ แกร็บ

แกร็บ แถลงว่าข้อตกลงและการบริการจะยังเหมือนเดิม สิ่งที่เพิ่มเติมคือการรวมแพลตฟอร์มของสตาร์ตอัพทั้งสองเข้าด้วยกัน และให้ผลลัพธ์เป็น “การบริการที่ดีขึ้น มีรถให้เรียกใช้ มีทางเลือกการเดินทางมากขึ้นในแอพพลิเคชั่นเดียว”

8 เมษาฯ วันสุดท้ายของ อูเบอร์

ผู้ใช้งานสามารถเข้าและใช้บริการผ่านแอพฯ อูเบอร์ ได้อีกราว 2 สัปดาห์ ถึงวันที่ 8 เมษายน 2018 ระยะเวลานี้แท้จริงก็มีเพื่อให้ลูกค้าในพื้นที่เอเชียอาคเนย์ของ อูเบอร์ ย้ายไปใช้บริการที่แพลตฟอร์มของ แกร็บ

โครงสร้างค่าโดยสารเหมือนเดิม

แกร็บ ยืนยันว่า การควบรวมกิจการครั้งนี้จะไม่กระทบต่อโครงสร้างการคำนวนค่าโดยสาร GrabCar และ JustGrab ยังคงคำนวนตามระยะทางพื้นฐาน บวกกับระดับความต้องการเรียกรถ สภาพการจราจร และเวลาการเดินทางโดยประมาณ ซึ่งเป็นนโยบายเดิมทั้งหมด บริการ Taxi GrabHitch หรือ GrabShuttle ก็ยังคงใช้นโยบายค่าบริการเดิมเช่นกัน

ข้อมูลใน อูเบอร์ ยังคงอยู่

ข้อมูลในบัญชีของผู้ใช้งาน อูเบอร์ จะยังคงอยู่ และยังคงเรียกดูข้อมูลการเดินทางหรือการให้คะแนนย้อนหลังได้ เพราะ อูเบอร์ “ยังคงให้บริการตามปกติในพื้นที่อื่นๆ ของโลก” อยู่นอกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็เรียกอูเบอร์ได้เหมือนเดิม

UBER

ที่มาภาพ: ทวิตเตอร์ @dkhos

สรุปสาระสำคัญ Grab x UBER รวมเป็นหนึ่ง

  • เป็นข้อตกลงควบรวมสตาร์ตอัพเรียกรถขนส่งส่วนบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • อูเบอร์ จะยังคงมีหุ้นอยู่ใน แกร็บ ภูมิภาคเอเชีย 27.5%
  • ดารา โคสโรวชาฮี ซีอีโอของ อูเบอร์ จะเข้าไปร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารของ แกร็บ ด้วย โดยกล่าวว่า “(การรวมกิจการ) จะช่วยเพิ่มแผนกาารเติบโตของเราเป็นสองเท่า เพราะพวกเราลงทุนเยอะมากในผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี”
  • การรวมกับ แกร็บ เป็นแผนเชิงถอยกลับมาตั้งหลักอย่างน้อยครั้งที่ 3 ของ อูเบอร์ ต่อจากการขายกิจการในจีนและรัสเซีย และเป็นการซื้อขายการบริหารงานครั้งแรกของ โคสโรวชาฮี นับตั้งแต่มานั่งแท่นบริหาร อูเบอร์ ตั้งแต่สิงหาคมเมื่อปี 2017 หรือปีที่แล้ว

อ่านบทความนี้หรือยัง?

เรียนต่อเมืองนอก 2018 แนะนำชาติยุโรปดีที่สุดสำหรับนักศึกษาต่างชาติ

Uber ระงับการทดสอบรถไร้คนขับ หลังชนคนเสียชีวิต 

การลงทุน ข่าวสารและกิจกรรม อาชีพและการทำงาน ผู้ประกอบการ/นักธุรกิจ