ทำไม แจ็ค หม่า ถึงไม่เลือก “คนเก่ง” มาทำงาน Alibaba

Share this article with other mums

คนแบบไหนล่ะ ที่ แจ็ค หม่า เลือกมาลงเรือลำเดียวกัน

เหตุผล ที่ แจ็ค หม่า ไม่เลือก คนเก่ง เด็กหัวกะทิ ทำงานที่ Alibaba

มหาเศรษฐีจีนชื่อดัง แจ็ค หม่า แชร์วิธีรับพนักงานใหม่เข้าทำงานกับ Alibaba (อาลีบาบา) บริษัทของเขา ที่มีแนวคิดที่แตกต่างจากองค์กรส่วนใหญ่ แต่ได้ผลดีมากอย่างไม่น่าเชื่อ

Jack Ma Alibaba แจ็ค หม่า อาลีบาบา พนักงาน

วิธีการของ หม่า ที่บอกเล่าในหนังสือชื่อ “ALIBABA: The House That Jack Ma Built” (อาลีบาบา : คฤหาสน์จากสองมือของ แจ็ก หม่า) เผยว่า เขาจะเลือกผู้สมัครที่เรียนได้ที่สองหรือที่สาม รองจากหัวกะทิของโรงเรียน แทนที่จะเลือกตัวท็อปมาร่วมงานกัน

อดีตครูสอนภาษาอังกฤษ ที่ไต่เต้าเป็นนักธุรกิจระดับโลก พูดถึงเหตุผลตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อมว่า

“ไม่จำเป็นต้องเรียนบริหารมา พวกจบบริหารส่วนใหญ่ไม่ได้เรื่อง พวกนี้จะทำงานได้ความก็ต่อเมื่อจบโทบริหารและลืมว่าเรียนอะไรมา เพราะอะไร เพราะว่ามหาวิทยาลัยให้ความรู้มา แต่การเริ่มต้นทำธุรกิจต้องใช้ความฉลาดปราดเปรื่อง สิ่งนี้ได้จากไหน ได้จากประสบการณ์ทั้งนั้น ความรู้ทั้งหลายได้มาจากการขยันค้นคว้า”

นอกจากนี้ หม่า ยังพบว่า บัณฑิตจบใหม่ที่มาสมัครงาน ที่เป็นพวก “หัวกะทิโรงเรียน” ยังมีแนวโน้มรับไม่ได้พอเจอโลกการทำงานที่แท้จริง

“ทีมเวิร์คที่ดีไม่ได้มาจากการจ้างคนเก่งๆ จาก ม. ฮาร์วาร์ หรือรวมมันสมองคนหลายๆ ชาติ หรือจ้างพวกที่มาจากบริษัทชั้นนำติดอันดับนิตยสารฟอร์จูน

“ตอนที่ระดมทุนได้ 5 ล้านดอลลาร์(สหรัฐ)แรก ตอนนั้นผมคิด อืม เรามีเงินแล้ว จาก 50,000 ดอลลาร์ฯ เป็น 5 ล้าน เราจ้างคนเจ๋งๆ ได้แล้ว เราจ้างรองประธานบริษัทเก่งๆ ดึงมาจากบริษัทข้ามชาติทั้งหลาย เกือบ 10 คน มีคนนึงเป็นรองประธานที่เชี่ยวชาญการตลาดของบริษัทใหญ่ด้วย เขาเสนอแผนธุรกิจ แผนการตลาดของเขาใช้เงิน 12 ล้านดอลลาร์

“ผมเลยถามเขากลับไป คุณ ตอนนี้เรามีแค่ 5 ล้าน คุณเสนอแผนธุรกิจ งบการตลาดของคุณ สำหรับปีหน้า 12 ล้านดอลลาร์ฯ เนี่ยนะ”

“เขาตอบผมกลับมาว่า “หม่า ผมไม่เคยคิดแผนต่ำกว่า 20 ล้านเลยนะ” เรื่องนี้สอนว่า จ้างคนที่ใช่ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ดีที่สุด คนที่ดีที่สุดคือ คนที่คุณฝึก ไม่มีคนที่ดีที่สุดในวงการ คนที่ดีที่สุดคือ คนที่คุณอบรมชี้แนวทางด้วยตัวคุณเอง”

ในวิสัยทัศน์ของ หม่า มองว่า คนที่จะนำพาบริษัทให้ไปรอดได้ในโลกธุรกิจยุคใหม่ ต้องเป็นคนที่ถึกและอดทน

“วันนี้โหดหิน พรุ่งนี้โหดยิ่งกว่า แต่วันมะรืนถัดไปจะหอมหวาน แต่ก็นะ คนส่วนใหญ่ตายตั้งแต่กลางคืนของวันพรุ่งนี้ พวกเขาไม่ทันได้อยู่เห็นอาทิตย์ฉาดฉายแสงของเช้าวันมะรืน” หม่า มักบอกถึงสัจธรรมนี้กับคนที่รับเข้ามาทำงาน

Jack Ma Alibaba แจ็ค หม่า อาลีบาบา พนักงาน

วิถีคน “ถึกทน” ของ Alibaba

พนักงานใหม่ของอาลีบาบา ได้เงินเดือนเริ่มแรกน้อยมาก และทำงานนานหลายชม. เพื่อแลกเงินเดือน 50 ดอลลาร์ พวกเขาต้องทำงานเกือบ 16 ชม. ต่อวัน แถมทุกคนยังต้องมีบ้านอยู่ห่างจากบริษัทไม่ถึง 10 นาที เพื่อประหยัดเวลาเดินทาง

แต่ อาลีบาบา ไม่เหมือนกับบริษัทจีนทั่วไปตรงที่ใช้โมเดลการบริหารองค์กร เหมือนกับพวกสตาร์ตอัพเจ๋งๆ ในซิลิคอนวัลเลย์ตั้งแต่แรกเริ่มเลย และเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทของจีน ที่ให้หุ้นบริษัทกับพนักงานที่ทำงานกับองค์กรได้นานถึง 4 ปี 

และเมื่อลูกค้าของ อาลีบาบา เพิ่มมากขึ้น ความต้องการการตอบรับจากลูกค้าก็เพิ่มขึ้น พนักงานของหม่าก็ต้องปรับตัวเป็นฝ่ายดูแลด้านเทคนิคให้กับลูกค้าด้วย ตั้งแต่เรื่องเบสิคพื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงตอบอีเมลลูกค้าทุกๆ สองชั่วโมง เหล่านี้หล่อหลอมเกิดเป็นวัฒนธรรม “ลูกค้าต้องมาก่อน” ขึ้นมาด้วย

ทั้งหมดทั้งมวลสรุปได้ว่า แจ็ค หม่า ก่อร่างโต อาลีบาบา ให้กลายเป็นธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ อินเตอร์เน็ต เทคโนโลยีสมองกลระดับโลกได้ ด้วยการจ้าง “คนที่ใช่” ไว้กับมือ ซึ่งอาจจะไม่ใช่คนที่เก่งหรือเจ๋งที่สุดในห้องเรียน เป็นวิธีการทำธุรกิจน่าสนใจ ที่องค์กรต่างๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงๆ ด้วยนะคะ

ภาพจาก ยูทูบ / World Economic Forum

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

คลิกอ่านเรื่องนี้

“วินัย อดทน คนที่ใช่” เปิดสูตรรองเท้าออนไลน์ร้อยล้านของ “ต้า O&B”

เธอคือใคร? สาวน้อยวัย 17 ที่นาซ่าเตรียมส่งไปอยู่บน “ดาวอังคาร”

อาชีพและการทำงาน ผู้ประกอบการ/นักธุรกิจ