ต้องจ่ายเงินไหม? ถ้าให้คุณตา คุณยายช่วยเลี้ยงหลาน

Share this article with other mums

ให้คุณตาคุณยาช่วยเลี้ยงหลานช่วงวันทำงานเป็นเรื่องปรกติของหลายครอบครัว ควรจ่ายเงินให้ไหม และจ่ายเท่าไรดี

คารินา ที ผู้ประกอบการท้องถิ่นในจาร์การ์ต้า คิดว่าในที่สุดก็ได้พบกับสุดยอดอาวุธลับ ในภารกิจตามหาสมดุลย์ของการทำงานและการใช้ชีวิต พ่อแม่ของเธอนั่นเอง แต่หลังจากทำข้อตกลงระหว่ากันผ่านไป 1 เดือน เธอกลับเริ่มถามตัวเองว่า ควรจ่ายค่าจ้างให้พ่อแม่ที่ช่วยเลี้ยงลูกให้เราไหมนะ ให้เงินกับพ่อแม่เพื่อเป็นค่าจ้างของการช่วยเลี้ยงลูกให้ทำได้หรือเปล่านะ

ปู่ย่า ตายายส่วนใหญ่มักอยากเลี้ยงหลานด้วยตัวเองบ้างเป็นครั้งคราวอยู่แล้ว และมักปฎิเสธเงินจากลูก อย่างไรก็ตามหากเราต้องฝากลูกไว้เป็นประจำ (เช่นวันจันทร์-วันศุกร์) เรื่องราวต่างๆ ก็จะดูยุ่งยากขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง

“ฉันมีสิทธิจ่ายค่าจ้างให้พ่อกับแม่”

บทความหนึ่งจาก theAsianparent ชี้ประเด็นว่า ผู้เกษียญอายุอุทิศทั้งชีวิตให้กับการทำงานหนัก ดังนั้นการให้ช่วยเลี้ยงหลานจึงไม่จำเป็นต้องได้รับเงินตอบแทน เพราะพวกเขาเพียงให้ความช่วยเหลือเราเท่านั้น (ในหัวข้อนี้เราจึงใช้คำว่า “ช่วยเลี้ยงหลาน” เพราะไม่ใช้หน้าที่ที่จำเป็นต้องทำ)

คุณพ่อคุณแม่ที่อายุยังน้อยรู้สึกว่า การให้เงินแก่คุณพ่อคุณแม่ที่ช่วยเลี้ยงหลานคือวิธีพื้นๆ ที่ถูกต้องในการแสดงออกถึงการเห็นคุณค่าและสำนึกในบุญคุณที่ยอมเหนื่อยเลี้ยงลูกให้ “หากต้องจ้างคนอื่นเลี้ยงลูก ทำไมไม่เอาเงินค่าจ้างมาจ่ายให้พ่อแม่แทน ดูแลลูกเราได้ดีกว่าด้วย” คุณแทน อิงค์ ชี วิศวกรและคุณพ่อลูกสองพักอาศัยในสิงคโปร์ถามกลับไปยัง TheAsianparent

แง่มุมของเขาก็ชวนให้คิดตามแต่ก็มีหลายคนไม่เห็นด้วย

“พ่อแม่ของฉันแสดงความหวาดกลัวทุกครั้งที่ฉันให้เงิน”

แม้ว่าการดูแลเด็กจะเป็นงานที่หนักมาก แต่ก็ไม่ทุกคนที่คิดว่าคุณตาคุณยายควรจะได้รับค่าจ้างในการช่วยดูแลหลาน บ่อยครั้งไปที่บรรดาคุณตาคุณยายเป็นผู้คัดค้านไม่ยอมรับเงินเสียเอง

พ่อแม่ของ นาสรีน เอ็ม พักอาศัยในสิงคโปร์ก็เลี้ยงลูกให้เธอตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์โดยมีผู้ช่วยค่อยให้ความช่วยเหลือ เธอไม่ได้จ่ายค่าจ้างให้พ่อและแม่ แต่เธอบอกว่าเธอพยายามจะให้เงินแล้ว “พวกท่านไม่ยอมรับเงินของฉัน”

หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพ่อแม่จะมีท่าที่ “หวาดกลัว” ทุกครั้งที่พยายยามจะให้เงินค่าตอบแทนที่เลี้ยงลูกให้  “ฉันเสนอตัวจ่ายค่าอาหารเองเพราะลูกๆมักจะไปอยู่บ้านคุณตาคุณยายโดยมีพี่เลี้ยงหลายคนตามไปด้วยและพวกเขาก็กินจุกันมาก” คาร์ล่า พี คุณแม่ที่อาศัยในกรุงมนิลากล่าว “แต่คุณตาคุณยายไม่ยอมรับเงินเลยสักครั้ง”

เหตุการณ์ทั้งหมดจึงนำมาสู่คำถามในวันนี้:

“หากอยากให้เงินค่าจ้างช่วยเลี้ยงลูกกับพ่อแม่ควรทำอย่างไร? แล้วต้องให้เท่าไรดี?”

แต่ละครอบครัวมีความแตกต่างกันไป จึงไม่มีคำตอบที่ชัดเจนตายตัวสำหรับคำถามนี้ แต่มีขั้นตอนที่นำไปใช้ได้จริงอยู่ 2-3 ข้อเมื่อต้องตัดสินใจว่าจะจ่ายเงินให้คุณพ่อคุณแม่เท่าไรดี

1. เตรียมความพร้อมในการจ่าย: กำหนดงบประมาณ

ก่อนที่พ่อแม่จะเสนอตัวช่วยเลี้ยงลูกให้ระหว่างช่วงวันทำงาน มิเชล เอส ได้ทำการกำหนดงบประมาณในการจ้างพี่เลี้ยงเด็กไว้แล้ว เมื่อพวกท่านเสนอตัวเข้าช่วยเหลือ เธอจึงเห็นว่าในเมื่อเตรียมแบ่งเงินสำหรับค่าใช้จ่ายไว้แล้วก็ไม่ผิดอะไรหากจะนำเงินส่วนนี้ไปให้กับคุณพ่อคุณแม่แทน

ในกรณีที่คุณและคุณพ่อคุณแม่ตกลงกันได้เรียบร้อยแล้วว่าจะจ่ายเงินค่าจ้างเลี้ยงลูกให้ท่าน  คุณควรต้องรู้อย่างชัดเจนว่าตัวเองมีกำลังจ่ายได้เท่าไร พวกท่านอาจไม่ยอมรับเงินส่วนนี้ แต่อย่างน้อยคุณจะสามารถชี้แจ้งเกี่ยวสถานการณ์ทางการเงินของตัวเองกับพวกท่านได้เมื่อหยิบเรื่องค่าจ้างนี้ขึ้นพูดคุยกัน

2. อย่าสรุปเอาเอง

อย่าคิดเองเออเองว่าคุณและพ่อแม่ต่างเข้าใจความคาดหวังทั้งหมดของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี หากคุณไม่ยอมเปิดใจหรือซื่อตรงต่อกันและกัน จะนำไปสู่การไม่เข้าใจและทำร้ายความรู้สึกซึ่งกันและกันได้อย่างง่ายดาย

3. เปิดใจให้กัน

แทนที่จะพูดจาอ้อมค้อม ควรต้องจับเข่าคุยกันอย่างเปิดอก ถามพวกท่านว่าคาดหวังไว้อย่างไรและมีความความต้องการอย่างไร ต้องมีความซื่อสัตย์เกี่ยวกับสถานภาพทางการเงินของตัวเอง ยิ่งพูดคุยกันมากเท่าไรคุณก็ยิ่งเข้าใจและหาทางรับมือกับสถานกาณ์เหล่านี้ได้ดีขึ้นเท่านั้น

อ่านบทความที่น่าสนใจอื่นๆ 

ครบเครื่องทุกเรื่องชีวิต พ่อ-แม่ ไลฟ์สไตล์ บ้านและที่อยู่อาศัย เรื่องราวชีวิตจริง​