ออมกองทุนรวม กับ ออมหุ้น ต่างกันยังไง ข้อดี-ข้อด้อยมีอะไรบ้าง

Share this article with other mums

ออมกองทุนรวม หรือ ออมหุ้น ต่างกันยังไง รู้แล้วจะได้ออมถูก!

ออมกองทุนรวม ออมหุ้น เป็นยังไง ข้อดีข้อเสีย มีอะไรบ้าง

มนุษย์เงินเดือน มักถูกส่งเสริมให้มีอาชีพเสริม หรือนำเงินไปลงทุน อย่าวางใจรายได้ทางเดียว เครื่องมือทางการเงิน ที่มักส่งเสริมให้พนักงานประจำเริ่มต้น คือ กองทุนรวม ใส่เงินเข้าไปในพอร์ตกองทุน ให้เงินทำงาน หลักการคล้ายๆ หุ้นเลยนะ หลายคนก็เลยสงสัยว่า เอ๊ะ หุ้น กับ กองทุนรวม ต่างกันยังไงล่ะนี่ แล้ว ออมกองทุนรวม กับ ออมหุ้น ให้กำไรขาดทุนยังไง ในเมื่อรูปแบบคล้ายๆ กัน Asian Money Guide อธิบายให้ฟังแบบง่ายๆ ค่ะ

เงินประกันสังคม

เงินประกันสังคม

ออมกองทุนรวม

ลงทุนผ่านกองทุนรวม คือ การลงเงินในกองทุนรวม โดยมีผู้จัดการกองทุน เป็นคนเลือกทรัพย์สิน และจัดพอร์ตการลงทุนให้เราและผู้ลงทุนกับกองทุนรวม ส่วนเรามีหน้าที่เลือกกองทุนที่มีนโยบายเหมาะสมกับเรา และติดตามผลการดำเนินงาน กองทุนรวมนั้นก็มีหลายแบบ มีทั้งกองทุนหุ้น กองทุนตราสารหนี้ กองทุนรวมในทองคำ

ข้อดี ของ กองทุนรวม

1. มีนโยบายที่ชัดเจนและทำตามนโยบายที่เราเลือกให้เป็นไปตามเป้าหมาย
2. มีบุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความรู้และความเข้าใจในตลาดเงินและตลาดการลงทุนเป็นอย่างดี คอยติดตามและวิเคราะห์เพื่อผลตอบแทนที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุน
3. กองทุนรวมประเภท LTF หรือ RMF ทุกบาทที่ซื้อกองทุนได้สิทธิลดหย่อนภาษี นับเป็นกำไรทันที ถือว่าตรงตามวัตถุประสงค์หลักของการลงทุนแล้ว
4. สามารถลงทุนออมทุกเดือนได้ด้วยเงินขั้นต่ำ เริ่มต้นเพียง 500 บาทเท่านั้น หลังจากนั้นยังลงทุนเพิ่มด้วยเงินน้อยกว่านี้อีก ถ้าคิดแบบสนุกๆ ก็เหมือนได้เป็นเจ้าของกิจการแสนล้าน ล้านล้าน ผ่านเงินทุนเพียง 500 บาทเท่านั้น
5. ทำได้ด้วยตัวเอง ผ่านเว็บไซต์ หรือ แอพพลิเคชั่นธนาคาร บนมือถือ

ข้อด้อย ของ กองทุนรวม

1. การออมกองทุนรวม มีค่าธรรมเนียม แต่ละกองทุนมากน้อยต่างกัน ทั้งค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย และค่าธรรมเนียมที่เก็บจากกองทุนรวม ต้องคำนวณว่า เวลาซื้อขายโดนหักเท่านั้นเท่านี้เรารับได้มั้ย

2. หากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน มีนโยบายจ่ายปันผล กองทุนจะจ่ายเงินปันผลจากสินทรัพย์ของกองทุน ซึ่งหากจ่ายปันผลมากกว่ามูลค่าสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นของกองทุน จะทำให้มูลค่าหน่วยลงทุนลดลงด้วยเช่นกัน นั่นหมายความว่า กำไรของกองทุนรวมที่เราถืออยู่จะลด (แต่ก็เหมาะกับการช้อนซื้อนะคะ เพราะเป็นแค่ระยะสั้นเท่านั้น)

ออมหุ้น

ซื้อหุ้น จะเป็นการลงทุนในบริษัทโดยตรง ไม่ผ่านผู้จัดการกองทุน เราจะต้องเป็นคนวิเคราะห์หุ้น เป้าหมายของธุรกิจนั้นๆ ว่าเป็นอย่างไร แนวโน้มธุรกิจดีไหม สินค้าและบริการแข่งขันในตลาดได้หรือเปล่า ผลประกอบการเป็นอย่างไร คอยติดตามหุ้นตัวนั้นๆ อย่างต่อเนื่องด้วยตัวเอง

คนที่สนใจลงทุนในหุ้น ควรมีแนวทางในการลงทุนที่ชัดเจนและทำตามแนวทางนั้น จนกว่าจะถึงเป้าหมายที่ต้องการ ยกตัวอย่างเช่น

– ต้องการลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการเติบโตไปตลอด 10 ปีข้างหน้าและมีเงินปันผลจ่ายตลอดต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นในอนาคต
– ต้องการลงทุนในหุ้นที่มีการจ่ายปันผล 6% ขึ้นไป มีผลการดำเนินงานที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีกำไรที่เติบโตมาก แค่บริษัทมีหนี้สินต่ำแต่ยังสามารถจ่ายปันผลในระดับที่ใกล้เคียงเดิมต่อเนื่อง
– ต้องการลงทุนในหุ้นที่เป็นบริษัทอันดับหนึ่งของแต่ละอุตสาหกรรมนั้นๆ

ข้อดี ของ หุ้น

1. เริ่มต้นขั้นต่ำน้อย แค่ 1,000 – 2,000 – 5,000 บาท อยู่ที่ผู้ให้บริการ
2. เงินปันผลหุ้น มาจากกำไรจริง เวลาผ่านไปพื้นฐานกำไรบริษัทไม่เปลี่ยนแปลง ราคาหุ้นก็มีโอกาสปรับขึ้นมา สะท้อนความคาดหวังเงินปันผลในรอบถัดไป
3. สามารถสับเปลี่ยนหุ้นได้ทันทีที่ต้องการ ในช่วงเวลาที่ตลาดมีการเปิดให้ซื้อขาย
4. สามารถเอาเงินปันผลที่ได้รับจากบริษัทที่เสียภาษีโดยปกติ มาคำนวณกับรายได้เพื่อขอเครดิตเงินปันผลคืนได้อีกต่อหนึ่ง

ข้อด้อย ของ หุ้น

1. ผู้ลงทุน ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาด สถานการณ์รอบโลก ทั้งธุรกิจและการเมือง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง
2. ต้องมีเวลาติดตามผลประกอบการของบริษัท และเข้าถึงข้อมูลข้อเท็จจริงให้ได้มากที่สุด ซึ่งบางครั้งข้อมูลที่ได้มาอาจกระทบกระเทือนจิตใจ เช่น หุ้นตก และตัดสินใจผิดพลาดเอาได้ ต้องจิตแข็งมากพอที่จะยอมรับการขาดทุนอย่างสาหัสได้ ที่มักเกิดขึ้นได้กับทุกคน
3. การออมหุ้นจะมีค่าใช้จ่ายค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ลองเช็คดูว่ามีขั้นต่ำไหม และการชำระเงินเป็นแบบตัดเงินก่อนหรือตัดเงินทีหลัง
4. ไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเหมือน LTF และ RMF ได้

รู้จักการออมทั้งสองแบบ รวมถึงข้อดีและข้อด้อยของแต่ละอย่างแล้ว เชื่อว่า นักลงทุนที่เพิ่งเริ่มต้นคงพอนึกภาพ และประเมินตัวเองได้ถูกทางมากขึ้นนะคะว่า จะลงทุนแบบไหน ไม่มีสูตรไหนตายตัวค่ะ ขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่ต้อง “เริ่ม” ก่อน ถึงจะรู้ว่าไปทางไหนถึงจะดีที่สุดสำหรับตัวเอง

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

คลิกอ่านเรื่องนี้

ทำไมกูรูเตือนอย่าเสี่ยงทุ่มซื้อ “ ทอง ” ทั้งที่ราคาร่วงสุดๆ ก็ยังไม่ควร!

มือใหม่หัดลงทุน เริ่มต้นยังไงดี?

การลงทุน ความรู้พื้นฐาน