หลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องเงิน: 5 ข้อควรจำ ทำอย่างไรไม่ให้มีปัญหาเรื่องเงินกับคู่สมรส

Share this article with other mums

นี่คือคำแนะนำจากคู่รักที่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงินเลย เขามีเคล็ดลับอย่างไร?

เราแต่งงานกันมาร่วม 4 ปี ทั้งฉันและสามีก็ได้เจอปัญหาทะเลาะกันมาทุกรูปแบบ แต่คุณรู้ไหมว่าเรากลับไม่เคยทะเลาะกันเรื่องเงินเลย

หากถามผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้คำปรึกษาชีวิตคู่ คู่สามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงาน หรือคู่ที่อยู่ด้วยกันมานานสิบปี หัวข้อนี้น่าจะเป็นปัญหายอดฮิตติดอันดับ 1 ใน 3 เลยก็ว่าได้

Taping Celebrity Family Feud GIF - Find & Share on GIPHY

แต่เราเตรียมการ ด้วยการกำจัดปัญหานี้ให้หมดไปตั้งแต่เนิ่นๆ จึงมั่นใจได้ว่าเราจะไม่เจอเรื่องแบบนี้แน่นอน และนี่คือ 5 ข้อสำคัญในการจัดการเพื่อหลีกเลี่ยงการมีปัญหาเรื่องเงินกับคู่ชีวิต เพื่อเป็นข้อแนะนำให้หลายๆ คู่ที่กำลังเผชิญปัญหานี้

1. น้อมรับเมื่อมีคนเสนอตัวออกค่าใช้จ่าย

ตอนที่เรากำลังวางแผนจัดงานแต่งงาน เกิดมีประเด็นขึ้น คือ ว่าที่แม่ยายของฉันเริ่มเข้ามาควบคุมทุกอย่าง ซึ่งในตอนนั้นเองเพื่อนของฉันก็ได้ให้คำแนะนำว่า ให้เราตอบตกลงทุกครั้งเมื่อพ่อแม่ออกอาสาจะช่วยเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะรายจ่ายของคุณมันมีมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นหางว่าวแน่นอน โดยตกลงกันว่าเขาจะช่วยจ่ายส่วนใดให้เราบ้าง เพราะคุยกันอย่างชัดเจนแล้วก็ให้ขอบคุณพวกเขาที่ช่วยเหลือ เพราะคุณจำเป็นจะต้องใช้เงินอีกมากในภายหลัง

และมันก็จริงตามที่เพื่อนบอก ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ค่าเลี้ยงดูลูก และอื่นๆ อีกมากมาย ในขณะที่เราก็ได้มีงานแต่งที่สวยงามสมบูรณ์แบบเลยล่ะ จนถึงวันนี้เมื่อพ่อแม่หรือใครก็ตามที่เสนอจะจ่ายค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่างานเลี้ยงวันเกิด บัตรคอนเสิร์ต หรืออะไรก็แล้วแต่ เราเพียงแค่กล่าวคำ “ขอบคุณ” แล้วเก็บเงินของเราไว้ในคราวต่อไป

2. เงินของฉันคือเงินของเรา แต่เราก็ไม่เปิดบัญชีร่วมกัน

ทันทีที่แต่งงาน ฉันและสามีก็ได้สร้างข้อตกลงกันว่า “เงินของฉัน คือเงินของเราทั้งคู่” แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะนำเอาเงินที่เรามีทั้งหมดมาเปิดบัญชีร่วมกันนะ (ฉันควรเปิดบัญชีธนาคารร่วมกับสามีไหม?) เรายังคงแยกบัญชีธนาคารแยกกันเหมือนเดิม แต่เราจะไว้วางใจกันและกัน มีความเป็นส่วนตัวในการใช้จ่ายส่วนบุคคล

ซึ่งเราจะไม่สนใจว่าใครใช้จ่ายเงินไปกับเรื่องใดบ้าง และฉันจะไม่ใช้จ่ายหากสินค้าในร้านขายของชำนั้นแพงเกินเหตุ เพราะฉันไม่ได้ใช้เงินของฉัน แต่ฉันกำลังใช้เงิน “ของเรา” ถึงแม้จะเป็นเงินของเรา แต่ฉันมีอำนาจเด็ดขาดในทุกบาททุกสตางค์ที่อยู่ในบัญชีฉัน และฉันรู้สึกสะดวกสบายเวลาถอนเงินเพื่อไปซื้อสิ่งของที่ฉันต้องการ (เช่น ที่คาดผมสุดน่ารักให้แก่ลูกสาวที่ยังไม่มีผมของเรา) แผนนี้อาจจะไม่เวิร์คสำหรับบางคู่ แต่มันใช้ได้ดีกับคู่ของเรา!

3. ถามความคิดเห็นของกันและกัน

เอ่ยปากถามเมื่อคุณฉันต้องการอะไร เราได้กำหนดจำนวนเงินในการช่วยกันพิจารณา (เช่น 10,000 บาท) หากใครคนใดคนหนึ่งต้องการซื้อของที่มีราคาสูงกว่าจำนวนที่กำหนด คุณต้องถามความคิดเห็นจากคู่สมรสก่อน 

เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดใจกันเรื่องเงิน ควรมีเป้าหมายที่ชัดเจน และตั้งงบประมาณไว้อย่างสมเหตุสมผล เพราะบางครั้งเราก็อยากจะแสวงหาความสุขให้แก่ตัวเองบ้าง ถ้างั้นก็ทำเลย อย่ารีรอ อยากไปไหน อยากซื้ออะไรก็แค่เก็บเงินเอาไว้แล้วซื้อความสุขให้ตัวเอง ทริปล่องเรือครูซสุดหรู กระเป๋าใบแพง อาหารจากเชฟมิชชิลินสตาร์ แต่ต้องให้คู่สมรสคุณรู้ด้วยทุกครั้งที่คุณใช้จ่าย

4. ทบทวนว่าเงินแต่ละส่วนของคุณถูกใช้ไปกับอะไรบ้าง

สามีของฉันอ่านบทความเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นที่ช่วยจัดการเงิน ชื่อว่า Expensify และเขาแนะนำให้ฉันใช้มันอีกด้วย ตอนแรกฉันไม่ค่อยชอบแอพนี้เลย เพราะมันมีความยุ่งยากวุ่นวายที่ต้องจดบันทึกทุกค่าใช้จ่าย (หลังจากนั้น เราก็ตกลงกันว่าอะไรที่ต่ำกว่า 32 บาท ไม่จำเป็นต้องจดบันทึก)

แต่เมื่อเราทำการบันทึกข้อมูล จากวันกลายเป็นเดือน เมื่อได้เห็นข้อมูลการใช้จ่ายทั้งหมดเป็นภาพรวมในหนึ่งเดือน ทำให้เราเห็นอย่างชัดเจนเลยว่าค่าใช้จ่ายที่หมดไปกับ “ของขวัญ” นั้นมากเกินไป ซึ่งเราน่าจะพิจารณาส่วนนี้ใหม่ รวมถึงค่ารถโดยสารอูเบอร์และค่าอาหารหลายมื้อในภัตตาคาร ก็อีกส่วนที่ควรต้องลดลงด้วยเช่นกัน

สิ่งที่ดีที่สุดจากการจดบันทึกคือ เราสามารถวางกรอบขั้นพื้นฐานสำหรับค่าใช้จ่ายในแต่ละส่วนของเราได้ เพราะเราจะทราบว่าเมื่อไหร่ที่เราใช้จ่ายมากเกินไป หรือใช้น้อยเกินไป และเท่าไหร่ที่เราจะสามารถเหลือไว้เก็บออมจากรายรับในแต่ละเดือนได้ และพร้อมกันนั้น ตัวเลขเหล่านี้ยังสามารถช่วยเราตัดสินใจได้อีกด้วยว่าเราพร้อมจะมีบุตรได้หรือยัง

5. ช่วยกันหาเงินเข้าบ้าน แต่อย่าเอาเงินเดือนมาเปรียบเทียบกัน

ฉันเคยพูดคุยเรื่องนี้กับป้าของฉัน เธอเป็นแม่บ้านมาตลอดชีวิตการแต่งงาน เธอไม่เคยทำงานเลย แต่กลับได้ดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดของครอบครัว ด้วยเงินที่สามีจะแบ่งให้เป็นประจำ

เธอไม่เข้าใจว่าทำไมฉันถึงยังคงทำงานประจำ ทั้งที่ฉันสามารถทำแบบเดียวกับเธอได้ และใช้จ่ายทุกอย่างด้วยเงินของสามี

ฉันบอกเธอว่าวิธีนั้นมันอาจจะสะดวกสบายมากขึ้นก็จริง แต่ฉันชอบทำงาน หาเงินได้ด้วยตัวเอง หากช่วงไหนที่เหนื่อย หรือเครียดมาก ฉันก็แค่ขยับไปทำงานพาร์ทไทม์ เพราะถึงยังไงฉันก็ยังชอบที่หาเงินอยู่ดี

แล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ชีวิตคู่ที่สงบสุข และการใช้จ่ายอย่างสะดวกสบาย ถึงแม้ว่าเราจะต้องวุ่นวายกับตารางบันทึกการใช้จ่ายไปบ้างก็เถอะ

หากสถานการณ์แบบนี้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณ คุณควรเก็บคำแนะนำทั้งหมดของฉันไปใช้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะใช้ได้กับทุกคู่เสมอไป ปรับเปลี่ยนบ้างเพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดที่เข้ากับคุณ

กฏโดยพื้นฐานคือ วิเคราะห์ตัวเลขให้ชัดเจน เปิดใจ เชื่อใจ และสื่อสารกับคู่ชีวิตเกี่ยวกับเรื่องเงิน ค่อยๆ ปรับเพื่อความสัมพันธ์ที่ดีของคุณทั้งคู่ และนี่คือวิธีที่ที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องเงินในชีวิตคู่ได้

อ่านบทความที่น่าสนใจอื่นๆ

ครบเครื่องทุกเรื่องชีวิต แต่งงาน เรื่องราวชีวิตจริง​