สอนลูก 3 วัย ใช้เงินเป็น ประหยัดเก่ง มีเงินเก็บเป็นของตัวเอง

Share this article with other mums

เรียนรู้ใช้เงินเป็น เก็บออมอย่างมีขั้นตอน ทำได้ตั้งแต่เด็ก

การสอนลูกเรื่องเงิน เป็นเรื่องสำคัญ ที่พ่อแม่ควรปลูกฝังให้ลูกตั้งแต่วัยเด็ก เพราะวันหนึ่งลูกต้องใช้เงินทองเอง (บางบ้านบอกลูกซื้อขนมกินเองจากร้านค้าตั้งแต่สามขวบแล้วค่ะ!) การสอนไม่ใช่เพียงแค่การบวกลบเลขให้ถูก แต่ยังหมายถึง ปลูกฝังนิสัยทางการเงินที่ดี ให้ลูกรู้จักใช้เงิน ประหยัด เก็บเงินเป็นของตัวเอง มีวินัยทางการเงิน วันนี้ Asian Money Guide มาแบ่งปันวิธี สอนลูก 3 วัย ใช้เงินเป็น ประหยัดเก่ง มีเงินเก็บเป็นของตัวเอง ทำตามง่ายๆ เป็นขั้นตอนตามวัยค่ะ 

สอนลูก 3 วัย ใช้เงินเป็น ประหยัดเก่ง มีเงินเก็บเป็นของตัวเอง

วัยก่อนเข้าโรงเรียน-อนุบาล

1. เก็บเงินในโหลแก้ว

สำหรับเด็กเล็ก การเก็บเงินในโหลแก้ว หรือโหลใส ให้ผลดีกว่าการเก็บเงินในกระปุกออมสินเฉยๆ เพราะจะเห็นเงินเติบโตพอกพูน พ่อแม่ใช้โอกาสนี้พูดคุยกับพวกเขาเรื่องเงินแบบสนุกๆ และสร้างสรรค์ประกอบไปด้วย เพราะวัยนี้เป็นวัยแห่งการจดจำ การเห็นเงินเพิ่มขึ้นดีต่อความรู้สึกนึกคิด เป็นภาพจำที่ดีที่จะติดตัวพวกเขาไปตลอด

2. ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี

อย่างที่บอกไปข้อข้างต้นว่า วัยก่อนเข้าโรงเรียน ช่วง 2 ขวบเป็นต้นไป เด็กจะจดจำสิ่งรอบตัว พ่อแม่ทำอะไร พูดอะไร คนรอบข้างขยับตัวยังไง พวกเขาจำหมด ถ้าพ่อแม่คุยกันเรื่องเงินอย่างมีเหตุมีผล ใช้ถุงผ้าแทนพลาสติก ทานข้าวหมดจาน ลูกก็จะจำ ดังนั้น ผู้ใหญ่ต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้เขาเห็น เพื่อให้ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีตามในอนาคต

3. แสดงให้เห็นว่า สิ่งของต้องใช้เงินจ่ายเพื่อได้มา

การกระทำสำคัญกว่าคำพูดจริงๆ รวมถึงเรื่องนี้ด้วย ถ้าลูกอยากได้อะไรที่นอกเหนือความจำเป็น เช่น ของเล่น ให้ใช้เงินจากโหลเงินของเขา โดยทำทุกขั้นตอนให้เขาเห็น ตั้งแต่หยิบเงินจากโหล เอาเงินนี้ไปที่ร้านค้า และจ่ายเงินที่แคชเชียร์ ลูกจะเรียนรู้ว่า สิ่งของมีราคาที่ต้องจ่ายโดยการกระทำจริง ซึ่งประทับในใจของเขามากกว่านั่งเทศน์นานๆ เสียอีก

วัยประถมและมัธยมต้น

เรื่องเงินของแม่บ้าน

4. สอนเรื่องค่าเสียโอกาส

โอกาสเข้ามาได้หลายอย่างในเวลาเดียวกัน ลูกในวัยนี้ สามารถเรียนรู้ที่จะชั่งน้ำหนักความสำคัญของสิ่งต่างๆ ว่า เขาควรเลือกสิ่งไหน ด้วยการวัดจากผลลัพธ์ให้ดีที่สุดสำหรับตัวเอง ตัวอย่างเช่น ถ้าลูกซื้อวิดีโอเกม ก็จะไม่ได้ซื้อรองเท้าคู่ที่อยากได้นะ ให้ลูกชั่งใจว่า อยากได้อะไรมากกว่า คำนึงถึงผลลัพธ์ในอนาคต และเข้าใจโลกว่า เราไม่สามารถที่จะได้ทุกอย่างที่ต้องการ

5. ทำงานแลกเงิน

เด็กวัยนี้โตพอที่จะทำงานเล็กๆ น้อยๆ ได้แล้ว ฝึกให้เขาใช้แรงงานตัวเองแลกเงิน เช่น เอาขยะไปทิ้ง ทำความสะอาดห้องตัวเอง วิธีนี้จะทำให้ลูกเข้าใจง่ายแต่ลึกซึ้งว่า เงินคือสิ่งที่ต้องหามา ไม่ใช่มีคนหยิบยื่นให้

6. หยุดนิสัยซื้อเลยซื้อไม่ยั้ง!

“แม่จ๋าชุดสีชมพูสวยจัง หนูชอบ ซื้อได้ไหมคะ” คุ้นๆ มั้ยคะ เด็กวัยนี้รู้จักการซื้อเพราะอยากได้ และแสดงออกมา เด็กๆ จะทำเยอะยิ่งกว่าผู้ใหญ่เสียอีก เพราะพวกเขาไม่ต้องหาเงินใช้เอง แต่แทนที่พ่อแม่จะตามใจ ควรบอกให้เขาใช้เงินเก็บของตัวเองซื้อ แต่เตือนเขาด้วย เช่นการพูดว่า

“ลูกจ๊ะ ดูไว้ว่าอยากได้อะไรแล้วกลับไปคิดก่อน 1 อาทิตย์ ของมันยังอยู่ แล้วถ้าหลังจาก 1 อาทิตย์ ยังอยากได้อยู่ ค่อยว่ากัน” คำพูดอย่างมีเหตุผลและภาพชัดเจนช่วยลดนิสัยซื้อแหลกของลูกได้ค่ะ

7. สอนการรู้จักให้

เมื่อลูกหาเงินเองได้แล้ว ถึงจะเล็กๆ น้อยๆ พ่อแม่ควรสอนให้เขารู้จักให้ แบ่งปันผู้อื่น เช่น บริจาคกล่องรับบริจาค คนหิวโหย เพราะการให้ไม่เพียงดีต่อคนรับ แต่คนให้ก็มีความสุขใจด้วย

วัยรุ่น

นิสัยพาจน ทำอะไรก็ไม่รวย

8. สอนให้รู้จักพอเพียง

การเปรียบเทียบตัวเองกับคนรอบข้าง เพื่อน หรือแม้แต่กับคนดังที่ไม่เคยเจอตัวจริงมาก่อน เกิดขึ้นได้ง่ายในยุคนี้ที่คนเข้าถึงโซเชียลมีเดียตั้งแต่ยังเด็กๆ พ่อแม่ต้องเคยได้ยินลูกพูดว่า “พ่อครับ พ่อแม่ของเอเพื่อนผม ซื้อคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดให้ด้วย” หรือ “ที่บ้านบีพากันไปเที่ยวญี่ปุ่นทั้งครอบครัวเลยค่ะ หนูอยากไปบ้าง!”

วัยรุ่นคือวัยที่พูดรู้เรื่องแล้ว เป็นผู้ใหญ่แล้ว นั่งคุยกับเขาอย่างเป็นเหตุเป็นผลว่า คอมพิวเตอร์ของเขายังใช้อยู่ได้ใช่ไหม (จึงไม่จำเป็นต้องมีคอมฯ เครื่องใหม่) และทริปไปเที่ยว ไปได้ก็เมื่อมีเวลาและมีเงินเก็บเพื่อการท่องเที่ยวแล้ว ครอบครัวถือโอกาสนี้ มาวางแผนด้วยกันว่า ไปเที่ยวต่างประเทศต้องใช้เงินเท่าไหร่ และช่วยกันเก็บเงิน ให้ลูกรู้จักความพอเพียงและทะเยอทะยานมีเป้าหมายอย่างเหมาะสมในเวลาเดียวกัน

9. ให้ลูกเปิดบัญชีเงินฝากของตัวเอง

การมีบัญชีเงินฝากกับธนาคารของตัวเอง เป็นเรื่องการเงินพื้นฐาน ที่พ่อแม่ควรสอนลูกเลยค่ะ เพราะในอนาคตเมื่อเขาโตขึ้น ต้องเจอการทำธุรกรรมทางธนาคารแน่นอน ซึ่งจะมีหลายเรื่องที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น โอนเงิน ซื้อกองทุนรวม รับโอนเงินได้จากการทำธุรกิจของตัวเอง

10. คิดถึงเงินเพื่อเรียนต่อ

แม้ว่าพ่อแม่จะมีเงินส่งลูกเรียน แต่การสอนให้เขาเก็บเงินเพื่อเรียนต่อ หรือการศึกษาเป็นความรู้ที่ดี แม้ว่าเงินที่เขาเก็บได้ อาจจะไม่มากพอ แต่การที่ลูกมีส่วนร่วมกับเงินค่าเล่าเรียนของตัวเอง นอกจากมีหน้าที่ไปเรียน ช่วยให้เขามีเป้าหมายกับการเรียนมากขึ้น รู้จักว่าลงทุนไปต้องได้ผลตอบแทนกลับคืนมา

เรื่องนี้ยังเป็นการสอนให้เขาเลี่ยงการเป็นหนี้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ เพราะส่วนใหญ่มักกู้เงินเรียนเพราะความรู้สึกอยากแบ่งเบาภาระครอบครัว แต่สุดท้ายหนี้ก้อนนี้กลับกลายเป็นตัวถ่วงเวลาอยากตัดสินใจเพื่ออนาคตแทน ซึ่งมีอุทาหรณ์ให้เห็นมากมาย

11. สอนลูกใช้บัตรเครดิตให้เป็นประโยชน์

การใช้บัตรเครดิต ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว บัตรเครดิตสมัยนี้แข่งขันนำเสนอสิทธิพิเศษกันอย่างดุเดือด ผลประโยชน์ก็ตกอยู่กับผู้บริโภคอย่างเราๆ ที่จะเลือกบัตรเครดิตอย่างไร ให้คุ้มค่าที่สุด พ่อแม่เพียงแค่สอนลูกวัยรุ่นว่า จะทำอย่างไรให้ไม่เป็นหนี้บัตรเครดิต เช่น รู้งบประมาณการรูดบัตรว่าได้กี่บาท จดรายการใช้จ่ายผ่านบัตรทุกครั้ง

tickled media series b funding

Source: Shutterstock

12. สอนลูกใช้เทคโนโลยีช่วยวางแผนการเงิน

เทคโนโลยีช่วยจัดการเงินได้ เช่น แอพพลิเคชั่นจัดทำงบประมาณอย่างง่ายๆ สรุปรายรับรายจ่ายแต่ละเดือน วัยรุ่นสมัยนี้มีสมาร์ทโฟนกันทุกคน เรื่องนี้ไม่ยากเลย พ่อแม่ก็จะสนุกกับการเรียนรู้แอพฯ การเงินไปพร้อมกับพวกเขาด้วยนะ

13. ลงทุนให้ลูกดู

พ่อแม่เป็นแบบอย่างของลูกตั้งแต่วัยอ้อแอ้ที่เขาเริ่มเรียนรู้ จนกระทั่งถึงวันสุดท้ายค่ะ เมื่อลูกโตขึ้น เขาจะเริ่มเข้าใจคำว่า ลงทุน ได้ง่ายขึ้น พ่อแม่ลงทุนให้เขาเห็นว่าทำอย่างไร เช่น ซื้อกองทุนรวม การซื้อขายกองทุน การสังเกตกองทุนที่มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนที่ดี เพราะการลงทุนเงินต่อเงิน เสมือนปูทางสู่บั้นปลายชีวิตของลูกที่สบายขึ้น

เพราะสุดท้ายแล้วพ่อแม่มีแต่จะแก่เฒ่า สิ่งที่จะหล่อเลี้ยงเลือดเนื้อเชื้อไขที่รักยิ่งก็มีแต่ความรู้ ซึ่งจะเป็นเกราะคุ้มกันลูกชั้นดี ที่อยู่กับตัวไปทุกที่ทุกเวลาและตลอดไปนะคะ

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

คลิกอ่านเรื่องนี้ต่อ

วางแผนการเงินอย่างไร เกษียณแล้วมีเงินใช้ตลอดชีวิต

ระวัง! จ่ายกยศ. ตรงเวลา มีสิทธิ์ติดค้างชำระ โดนดอกเบี้ยย้อนหลัง

เรียนรู้เรื่องเงิน วางแผนทางการเงิน