วางแผนการเงินอย่างไร เกษียณแล้วมีเงินใช้ตลอดชีวิต

Share this article with other mums

“เกษียณตอนอายุน้อย” เริ่มต้นเร็วก็ทำได้จริง

ไม่ว่าจะทำงานประจำกินเงินเดือน หรือทำธุรกิจส่วนตัวหาเช้ากินค่ำ เชื่อว่าทุกคนมีเป้าหมายอนาคตของตัวเองไกลๆ ว่า ความพยายามอย่างมุ่งมั่นที่ทำไปนั้นเพื่อ “การเกษียณจากงานในอนาคต และใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในบั้นปลายชีวิต” หรือพูดง่ายๆ ว่า วางแผนการเงินอย่างไร เกษียณแล้วมีเงินใช้ตลอดชีวิต

ประกันสังคม

รูปแบบการเกษียณของคนยุคนี้ ยังยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าคนยุคก่อนๆ อีก ส่วนใหญ่จะคาดหวังเลยว่า มีเงินก้อนใหญ่อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีเวลาเหลือเยอะๆ ไปใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการด้วย

จนกลายเป็นเรื่องปกติที่คนยุคนี้จะวางแผนเกษียณกันตั้งแต่อายุเลขสี่ บางคนประกาศกร้าวว่า ขอบ๊ายบายชีวิตการทำงานตั้งแต่ 35 ก็มี ฟังดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ใช่ไหม แต่เอาเข้าจริงแล้ว “เกษียณตอนอายุน้อย” เป็นเรื่องที่ “ทำได้จริง” ค่ะ

ถ้ามีเป้าหมายว่า อยากเก็บเงินให้ได้เท่าไหร่ ตอนอายุเท่าไหร่

และขั้นตอนที่จะไปให้ถึงเป้าหมายนั้น แบบชัดเจนมากถึงมากที่สุด

เก็บเงินเท่าไหร่ ให้ดูว่า ค่าใช้จ่ายของตัวเอง อยู่ที่เท่าไหร่

ถ้าอยากรู้ว่า ต้องมีเงินเกษียณในอนาคตเท่าไหร่ ต้องดูว่า ค่าใช้จ่ายตัวเองทุกวันนี้อยู่ที่เท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ “ค่าใช้จ่ายคงที่” และ “ค่าใช้จ่ายผันแปร”

ค่าใช้จ่ายคงที่ คือ เงินที่ต้องจ่ายในระยะยาว เป็นสิบปี ได้แก่ ค่าเช่าหรือผ่อนที่อยู่อาศัย บ้าน คอนโด, ค่าผ่อนรถ, ค่าส่งประกันชีวิต ประกันสุขภาพ

ค่าใช้จ่ายผันแปร คือ เงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าท่องเที่ยว ค่าภาษีสังคมเพื่อสังสรรค์กับเพื่อนฝูงหรือของขวัญโอกาสสำคัญ และค่าใช้จ่ายฉุกเฉินสำรองที่ควรมีติดไว้ทุกเดือน

ถ้าอยากเกษียณอย่างสบายใจ ควรทำให้ค่าใช้จ่ายทั้งสองแบบน้อยที่สุด ค่าใช้จ่ายคงที่ลดให้น้อยได้ ด้วยการผ่อนลบกลบหนี้ให้หมดให้เร็วที่สุด ส่วนค่าใช้จ่ายผันแปรลดน้อยได้จะช่วยลดความฟุ้มเฟ้อกับวัตถุยั่วตายั่วใจ พอเพียงกับของนอกกายที่มี ซึ่งจะช่วยให้ “เกษียณสุข” เกิดขึ้นได้จริงมากขึ้น

เงินเก็บสาวโสดวัยเกษียณ สาวโสดเงินเก็บเท่าไหร่พอเกษียณ เกษียณสาวโสด คนโสดเกษียณ เงินเกษียณพอกินพอใช้ไม่ลำบาก

เมื่อรู้ค่าใช้จ่ายของตัวเองแล้ว ก็มาเข้าสู่ วิธีคำนวณเงินให้พอใช้ในวัยเกษียณกันค่ะ

สมมติว่า

นางสาว พอใจ อายุ 30 ปี เป็นโสด มีค่าใช้จ่ายรายเดือน 25,000 บาท แบ่งเป็น

ค่าใช้จ่ายคงที่ 15,000 บาท (ค่าผ่อนบ้าน 13,000 บาท ค่าน้ำไฟโทรศัพท์ 2,000 บาท ผ่อนบ้าน 25 ปี)

ค่าใช้จ่ายผันแปร 10,000 บาท

ถ้า นางสาวพอใจ ตั้งใจว่าจะเกษียณตอนอายุ 55 ปี

ถึงตอนนั้น ค่าผ่อนบ้าน จะหายไปแล้ว เหลือค่าสาธารณูปโภคที่เป็น ค่าใช้จ่ายคงที่ และค่าใช้จ่ายผันแปร ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป 25 ปี ค่าเงินในตอนนั้นจะเฟ้อขึ้นตามระยะเวลาแน่นอน (เงินเฟ้อคืออะไร อ่านได้ที่นี่ค่ะ) ให้คูณค่าเงินเฟ้อที่อาจเป็นไปได้เพิ่มไป 10% ก็จะเป็น

ค่าใช้จ่ายต่อปี เท่ากับ 12,000 บาท x 12 เดือน = 144,000 บาทต่อปี
เอา 144,000 บาท คูณ 10% = 14,400
แล้วนำ 144,000 + 14,400 = 158,400 บาท

ค่าใช้จ่ายต่อปีโดยประมาณของ พอใจ ช่วงเกษียณจะอยู่ที่ 158,400 บาท ถ้าวางแผนเพื่อเกษียณอายุตอน 55 ปี และคาดว่าจะมีชีวิตอยู่จน 80 ปี เท่ากับว่า พอใจ จะมีเวลาใช้เงินที่เก็บสะสมมา 25 ปี

เงินที่ พอใจ จะต้องเตรียมเงินสำหรับการเกษียณอายุทั้งหมด ก็จะเท่ากับ

158,000 บาท x 25 ปี = 3,960,000 บาท

เครื่องสำอาง และ เทคนิคการแต่งหน้า สมัยนี้ เป็นที่รู้กันว่า ปรับสีผิว กลบสิว ลบรอยแดงได้เริ่ด เป๊ะ ปัง ราวกับเสกเวทมนตร์เปลี่ยนหัว บางคนแต่งหน้ากับไม่แต่งหน้า เหมือนเป็นคนละคน หรือบางทีก็มีกรณีวิจารณ์คนดัง ที่เผยผิวหน้าจริงหน้าสด แต่กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่โตเพราะคน ตกใจหน้าสด ที่เหมือนไม่ใช่คนเดียวกัน แม้แต่แฟนคลับที่ว่ารักกันมากมาย ก็ยังจำไม่ได้ ล่าสุด ในโซเชียลเน็ตเวิร์คแดนกิมจิ หนุ่มคนหนึ่งตั้งกระทู้ระบายความในใจ บวกขอความช่วยเหลือชาวเน็ตว่า “ช่วยผมด้วย ตอนนี้ผมมาเที่ยวค้างคืนกับแฟนสาว แล้วเพิ่งได้เห็นหน้าสดของเธอครั้งแรก”

ค่าใช้จ่าย ที่งอกเพิ่มได้ระหว่างเกษียณ

ค่าใช้จ่ายแรก คือ ค่าเดินทางท่องเที่ยว คนสูงอายุส่วนใหญ่นิยมออกเดินทางท่องโลกกันตอนนี้แหละ เพราะมีเวลามากขึ้น ไม่ต้องทำงาน มีอิสระเยอะ

ค่าใช้จ่ายต่อมา คือ ค่าบำรุงรักษาสิ่งของ เช่น บ้านที่อยู่อาศัย รถที่ใช้ขับ สิ่งของในบ้าน ที่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา

ค่าใช้จ่ายสุดท้ายแต่สำคัญมากที่สุด คือ ค่ารักษาพยาบาล มีประกันสังคมไหม ซื้อประกันสุขภาพไว้หรือเปล่า ตรงนี้สำคัญมากจริงๆ นะคะ

เมื่อนำค่าใช้จ่ายต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในวัยเกษียณ ไปคำนวณรวมกับค่าใช้จ่ายสำหรับการกินอยู่ในตอนแรก จะเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างต่ำ 40,000 บาทต่อปี คูณกับ 25 ปี ก็จะเท่ากับ 1,000,000 บาท เป็นอย่างน้อย

รวมกับค่าใช้จ่ายเดิมที่ 3.96 ล้าน ก็จะกลายเป็น 4.96 ล้านบาท ซึ่งอันที่จริงแล้ว อาจต้องเตรียมเงินมากกว่านั้น เพราะเงินเฟ้อจริงๆ จะขึ้นเฉลี่ยปีละ 3% เงินสำหรับเกษียณทั้งหมดอาจจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้อีกเป็นหลักล้านนะคะ

เป็นแบบนี้แล้ว เกษียณให้สุขต้องเตรียมเงินวิธีไหนดีล่ะ

1. ทำงานที่สร้างรายได้ให้ได้ตามค่าใช้จ่ายที่คำนวณไว้ อย่าต่ำกว่านั้น

2. วางแผนสร้างสินทรัพย์ให้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีมากกว่าอัตราเงินเฟ้อที่ 3% เมื่อวางผลลัพธ์ไว้แบบนี้ พิจารณาดูแล้วการลงทุนในกองทุนรวมหรือหุ้น น่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับคนทั่วไปอย่างเราๆ

3. เตรียมประกันสุขภาพเอาไว้ เพราะ ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ หรือโรคภัยไข้เจ็บ อาจมาหาเราโดยไม่รู้ตัวได้ ผลกระทบด้านการเงินจากสุขภาพมักมาแรงและกระทบกับชีวิตระยะยาว เพราะมีทั้งค่ารักษาโรค ค่าห้อง ค่าเครื่องมือพิเศษ การทำประกันสุขภาพเอาไว้ จึงเป็นเครื่องมือที่ทุกคนควรมี ใช้เงินก้อนเล็กแลกกับเงินก้อนใหญ่ นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ประกันสุขภาพเดี๋ยวนี้ยังเป็นประกันแบบออมทรัพย์ด้วย คือ ลงเบี้ยไปแต่ละเดือน แต่ละปี จะได้ผลตอบแทนเป็นเงินก้อนใหญ่ในภายหลัง

4. มีวินัยในการใช้จ่ายตามแผนที่วางไว้ แต่เข้าใจว่า คนเรามักมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เข้ามา แต่ก็มักจะคาดเดาได้ เช่น ซื้อบ้านใหม่ รถคันใหม่ แต่งงาน ให้คนอื่นกู้ยืม ลองประมาณการค่าใช้จ่ายเหล่านี้คร่าวๆ แล้วเตรียมเพิ่มจากเงินก้อนเดิม

แผนทั้งหมดทั้งมวลนี้ ทำเพื่อเงินเก็บที่สำคัญกับชีวิตเรามากที่สุด ยิ่งเริ่มต้นไว ยิ่งสำเร็จง่ายและสบายเร็วกว่า แผนการจริงๆ แล้วไม่ยาก

สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การเริ่มต้นลงมือทำ แล้วเชื่อมั้ยว่า เราจะสนุกกับมัน และมีความสุขกับการลงทุนเพื่อสิ่งนี้ด้วย

จนกลายเป็นว่า เกษียณสุข สร้างความสุขตั้งแต่ตอนที่เริ่มต้นนั่นเองค่ะ

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

คลิกอ่านเรื่องนี้ต่อ

5 ทริคเก็บเงินฉบับชาวพันทิป ทำตามง่ายได้เงินจริง!

เกษียณแล้วอย่าพลาด ประกันสังคมคืนเงินให้นะ

เรียนรู้เรื่องเงิน การเกษียณอายุ