สาวเดินสายทำงาน 6 ประเทศ เผยเคล็ดลับอัพเงินเดือนตรงใจ ได้ผลจริง!

Share this article with other mums

ผู้หญิงได้เงินเดือนน้อยกว่าผู้ชาย ทั้งๆ ที่ทำงานสายงานเดียวกัน รู้ว่าต้องเคยเห็นกันมามากแล้ว

อัพเงินเดือน ขอขึ้นเงินเดือน เงินคุ้มค่าแรง ประสบการณ์ขอขึ้นเงินเดือนจริง 

นี่เป็นเรื่องราวของ เมริ โรซิค ที่ปรึกษาทางธุรกิจ อาจารย์ และนักเขียน เธอเคยทำงานในระดับหัวหน้างานหลายทวีปทั่วโลก ทั้งในสิงคโปร์ ฮ่องกง ลอนดอน นิวยอร์ก บาร์เซโลนา และโตเกียว ปัจจุบัน เธอพักอาศัยอยู่ในโตเกียวแล้ว แต่วันนี้เธอจะมาแบ่งปันประสบการณ์การทำงาน และ คิดค่าตอบแทนการทำงาน ขอขึ้นเงินเดือน ที่เหมาะสม ให้พวกเราฟัง

เหตุที่ เมริ ให้ความสำคัญกับค่าแรง พอๆ กับความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ก็เพราะว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่จะได้รับเงินเดือนน้อยกว่าผู้ชาย ทั้งๆ ที่ทำงานในตำแหน่งเดียวกัน สายงานเดียวกัน ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดของเธอ เธอมาเล่าให้ฟังว่า จะต้องทำยังไง ให้ได้ค่าจ้างที่เหมาะสม นี่คือวิธีการที่ เธอใช้เจรจาตกลงเงินเดือน

1. สร้างเรื่องราวของคุณ

สิ่งที่ต้องทำเวลาพบคนใหม่ๆ ไม่ว่าจะต่อหน้า หรือผ่านจดหมาย อีเมล ต้องรู้จักการ “เล่าเรื่องตัวเอง” ให้เป็น ในที่นี้คือ เข้าใจง่าย และน่าสนใจ เมริ เรียนรู้เรื่องนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่จัดหางานในญี่ปุ่นบอกกับเธอว่า “โปรไฟล์ของคุณดีมากเลย แต่ฉันไม่รู้ว่าจะให้คุณทำงานด้านไหน ด้านการตลาดหรือผลิตภัณฑ์ดี?” นั่นเป็นเพราะ เธอเล่าเรื่องราวตัวเองไม่ละเอียดพอ

เรื่องราวของคุณ ร่ายได้ตั้งแต่การศึกษา วัฒนธรรม ประสบการณ์ สายงานที่ผ่านมา นิสัยการทำงาน ความชอบส่วนตัว และอื่นๆ บางเรื่องอาจเชื่อมโยงกันได้  แต่ทุกเรื่องต้องมีจุดน่าสนใจ และมีประโยชน์กับตำแหน่งงานที่สมัคร พึงระลึกไว้ว่า ไม่มีใครรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตัวคุณได้ดีเท่าตัวคุณเอง ดังนั้นคนจะเข้าใจหรือประทับใจในตัวคุณมากหรือน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณแล้วล่ะ

2. รู้มูลค่าตัวคุณเอง

คุณต้องรู้ว่าคุณเองมีมูลค่าเท่าไหร่ คุณสามารถหาข้อมูลเงินเดือนได้ทางออนไลน์ เลือกประเภทอุตสาหกรรม ความสามารถ อายุ เพื่อรู้ว่าคราวหน้า คุณจะขอเงินเดือนเท่าไหร่เพื่อให้เหมาะกับตัวคุณ ตอน เมริ ทำงานอยู่บริษัทเล็กๆ ในบาร์เซโลนา เธอลองสมัครบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ บริษัทใหญ่นั้นถามว่าต้องการเงินเดือนเท่าไหร่ แต่เธอไม่รู้เลย ซึ่งนั่นกลายเป็นจุดอ่อน และความประทับใจที่ไม่ดีของเธอ ต่อบริษัทนั้นๆ

3. ทำให้ดีที่สุดตอนสัมภาษณ์

หลายคนตอนที่สมัครเข้าทำงาน ได้มีโอกาสสัมภาษณ์กับเจ้าของบริษัท เช่นเดียวกับ เมริ ตอนที่ได้งานครั้งแรก มีโอกาสพูดคุยอธิบายขายตัวเองถึง 2 รอบกับเจ้าของบริษัท จนเธอคิดว่า จะได้ทำงานขึ้นตรงกับเขาจากคำถามที่เขาถาม และโปรเจ็กต์ที่เขาอธิบาย พอเริ่มงานวันแรก ถึงรู้ว่า เธอทำงานอยู่ระดับถัดจากเขาถึง 3 ขั้นเลยทีเดียว เรื่องนี้จึงสอนให้รู้ว่า เธอควรทำให้ดีที่สุดตอนสัมภาษณ์ครั้งแรก เพราะนั่นอาจเป็นครั้งเดียวที่เธอสร้างความประทับใจ ให้กับเจ้าของบริษัท คนที่จ่ายเงินเดือนให้เธอที่แท้จริง!

4. เข้าใจวัฒนธรรม

วิธีการนี้อาจจะซิกแซก ต้องมีเหลี่ยมนิดหน่อย บวกกับทุนความสัมพันธ์เดิมผ่านเครือข่ายโซเชียลมีเดีย เมริ ใช้ช่องทางออนไลน์ ติดต่อคนในบริษัทที่สมัครงาน อย่างน้อย 2 คน ชวนมานั่งกินกาแฟด้วยกัน หรือโทรศัพท์พูดคุยกัน ก่อนที่ฉันจะรับข้อเสนอ เพื่อให้แน่ใจว่า บริษัทที่สมัคร หรือกำลังตกลงร่วมงานไป มีกลยุทธ์ระยะยาวและมีทีมที่ดี คำถามที่ถามไถ่ไปเช่นว่า ที่นี่น่าทำงานด้วยไหม มีประกันสุขภาพดีไหม วันหยุดเป็นอย่างไร โบนัส และภาษีเป็นอย่างไรบ้าง รวมถึงวัฒนธรรมองค์กรอื่นๆ ขออย่างเดียว ถามให้ตรงประเด็น เพราะคงไม่มีใครเสียเวลามานั่งคุยกับคนที่ไม่รู้จักมาก่อนนานๆ นักหรอก

5. อย่ากลัวที่จะถาม

เมื่อคุณได้รับข้อเสนอ อย่าลืมว่าอาจจะยังมีผู้สมัครสำรองอยู่ เพราะฉะนั้นควรพิจารณาอย่างรวดเร็ว และต้องมั่นใจว่าเข้าใจทุกอย่างเป็นอย่างดี เพราะหากคุณเซ็นสัญญาแล้ว คุณก็จะหมดโอกาสเจรจาต่อรองทันที  คุณควรถามเรื่องที่สงสัย เพราะคุณอาจได้รับสิ่งที่ร้องขอเพิ่มเติมก็เป็นได้

6. หาที่ปรึกษา

เมื่อทำงานที่บริษัทการเงินระดับโลกในลอนดอน เมริ เพิ่งเรียนจบ MBA เธอเห็นว่ามีศิษย์เก่าจากที่เดียวกันทำงานที่บริษัทนี้ด้วย จึงถามพวกเขาว่า พวกเขาเจรจาสัญญาอย่างไร และพวกเขาก็ยินดีให้คำปรึกษาเป็นอย่างดี

เธอยกตัวอย่างประโยชน์จากการเข้าหาที่ปรึกษา คนหนึ่งบอกว่าหากมีวุฒิ MBA แล้วตกลงทำสัญญา จะได้รับโบนัส ซึ่งเป็นนโยบายนานาชาติใหม่ เธอจึงไปถามหัวหน้า หัวหน้าก็ประหลาดใจและยินดีเซ็นเช็คให้ทันที

สิ่งหนึ่งที่เธอทิ้งท้ายไว้คือ อย่าลืมขอบคุณคนที่ให้คำปรึกษาคุณเสมอ จะเป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ หรือคำขอบคุณปากเปล่า ที่มาจากใจจริงๆ ก็สามารถทำให้ผู้คนประทับใจได้เสมอ

ในขณะเดียวกัน หากเพื่อนอยากขอคำปรึกษา ก็ควรยื่นมือเข้าช่วย เชื่อไหมว่า การรับฟังเรื่องราวประสบการณ์ของคนอื่น ช่วยเพิ่มพูนความรู้ประสบการณ์ชีวิตให้กับคุณได้ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเอาตัวไปเจอเอง ซึ่งบางครั้งก็เป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าพึงประสงค์สักเท่าไหร่หรอก

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

คลิกอ่านเรื่องนี้

จิ๋วแต่แจ๋ว! เด็กหญิง 13 ขวบ ก้าวขึ้นเป็นซีอีโอ ด้วยน้ำมะนาวที่ขายหน้าบ้าน

รู้จัก เจมส์ ลองแมน ผู้สื่อข่าว ABC ขวัญใจสาวๆ ชาวไทย

อาชีพและการทำงาน หางาน