ลูกสุนัขตายคาเครื่องบินหลังถูกเก็บบนที่เก็บของเหนือหัว

Share this article with other mums

เที่ยวบินมรณะของลูกสุนัขเฟรนช์บูลด็อก หลังสายการบิน United Airlines สั่งให้นำกรงขึ้นไปวางบนที่เก็บสัมภาระเหนือที่นั่งโดยสาร

ลูกสุนัขพันธุ์เฟรนช์บูลด็อกตายบนเที่ยวบินโดยสารของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส หลังเจ้าของสุนัขถูกสั่งให้นำลูกสุนัขในกรงขึ้นไปเก็บไว้บนที่เก็บสัมภาระเหนือที่นั่งโดยสาร และมาพบภายหลังว่า ลูกสุนัขตาย เมื่อเครื่องบินลงจอดยังที่หมาย ด้านสายการบินออกมาแสดงความเสียใจ พร้อมประกาศปรับแผนการดูแลสัมภาระประเภทสัตว์เลี้ยงใหม่

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเที่ยวบิน 4 ชั่วโมงจากเมืองฮูสตันไปนิวยอร์คเมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา โดยผู้โดยสารชื่อ Catelina Robledo เดินทางมากับเด็ก 3 คน และสัตว์เลี้ยง 1 ตัวในกรง เข้าสู่ห้องโดยสารของเครื่องบิน ซึ่งสามารถกระทำได้ หากชำระค่าธรรมเนียมนำสัตว์เลี้ยงเข้าห้องโดยสาร 125 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 3,900 บาทไทย) และกรงมีขนาดพอดีกับพื้นที่ใต้ที่นั่งโดยสาร

ลูกสุนัขตาย

ที่มาภาพ: Wikimedia Commons

อย่างไรก็ดี รายงานจากสำนักข่าว CNBC เผยว่า กรงสุนัขของครอบครัว Robledo ยื่นออกมาถึงบริเวณทางเดินของห้องโดยสาร เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้ผู้โดยสารย้ายกรงไปไว้ในที่เก็บสัมภระเหนือศีรษะแทน

ทั้งสองฝ่ายมีการโต้เถียงกัน Maggie Gremminger ผู้โดยสารที่เป็นพยานในเหตุการณ์เปิดเผยกับเว็บไซต์ท่องเที่ยว One Mile at a Time ว่า “ฉันเห็นเจ้าหน้าที่ของยูไนเต็ดบอกให้ผู้หญิงคนหนึ่งเอากรงสุนัขที่มีสุนัขเป็นๆ อยู่ข้างในขึ้นไปวางไว้บนที่เก็บของเหนือศีรษะ ผู้โดยสารคนนั้นโต้กลับว่าสุนัขของเธออยู่ข้างใน แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังยืนยันว่าต้องปฏิบัติตาม จนสุดท้ายผู้หญิงคนนั้นต้องยอม”

สื่อยังตามเก็บคำให้การของลูกๆ โดยสำนักข่าว CBS สัมภาษณ์ Sophie Ceballos บุตรสาววัย 11 ขวบของ Robledo ได้ความว่า “แม่ก็บอกว่า ‘นี่มันเป็นหมานะ มันเป็นหมา’ อยู่บนนั้นมันหายใจไม่ออก แต่เขาก็ยังยืนยันว่า ‘ก็ไม่เป็นไร เอาไปไว้บนนั้น…’ แม่ลูบตัวเจ้าหมาแล้วก็เอามันวางไว้บนนั้น” โดยสุนัขชื่อ Kokito ที่ตายเป็นของขวัญวันเกิดของ Ceballos ด้วย

หลังจากสุนัขอยู่บนที่เก็บของด้านบน ก็เห่าส่งเสียงร้องอย่างต่อเนื่องอยู่นาน 2 ชั่วโมงก่อนจะเงียบไป Jane Lara ผู้โดยสารรายหนึ่งซึ่งอยู่ในเหตุการณ์โพสต์ข้อความเล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ รวมถึงเรื่องราวหลังจากที่เครื่องร่อนลงจอดในบัญชีผู้ใช้งาน Facebook ของตัวเองว่า

“ไม่มีเสียงใดๆ ตอนที่เครื่องร่อนลงจอด และเมื่อเจ้าของเปิดกรงสุนัข มันก็ไม่เคลื่อนไหวขยับร่างกายเลย แม้ว่าพวกเขาจะเรียกชื่อมัน ฉันอุ้มลูกของเจ้าของสุนัขวัย 10 เดือนตอนที่เธอกำลังพยายามช่วยชีวิตมัน ฉันร้องไห้ไปกับพวกเขาตอนที่เจ้าของร้องไห้ซบร่างลูกสุนัขไร้ลมหายใจ หัวใจของฉันแตกสลายไปพร้อมกับพวกเขาด้วย”

ลูกสุนัขตาย

หมาตายใครผิด?

หลังจากกรณีนี้เผยแพร่ออกมาสู่สาธารณชนก็มีผู้ร่วมตั้งข้อสังเกตมากมายว่า สัตว์น่าจะขาดอากาศหายใจตาย แม้ว่าที่เก็บของเหนือศีรษะจะมีอากาศเพียงพอ แต่ลักษณะกะโหลกศีรษะของเฟรนช์บูลด็อกที่มีขนาดใหญ่แต่แบน ทำให้มันมีช่องหายใจทางจมูกที่สั้น ส่งผลให้มันมีปัญหาด้านการหายใจหรืออ่อนไหวต่อสภาพอากาศร้อนง่าย

บางคนมองว่า คุณแม่เจ้าของลูกสุนัขควรจะลุกขึ้นมาตรวจดูสัตว์เลี้ยงเป็นระยะ ซึ่ง Robledo ชี้แจงว่าเธอไม่สามารถทำได้เพราะอุ้มทารกอยู่ เธอได้ยินมันเห่าอย่างต่อเนื่องแต่ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ ลูกสาวของเธอบอกด้วยว่า พวกเธอไม่ได้รับอนุญาตให้ยืนขึ้นเพราะสภาพอากาศของการบินย่ำแย่ตลอดเที่ยวบิน

ด้านสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์สแถลงหลังจากนั้นว่า ขอรับผิดชอบ “อุบัติเหตุที่น่าเศร้า” ครั้งนี้ ด้วยการคืนเงินค่าตั๋วโดยสารและค่าธรรมเนียมห้องโดยสาร รวมถึงปรับระเบียบการใช้ป้ายห้อยกระเป๋าสำหรับสัมภาระประเภทสัตว์เลี้ยงใหม่ ให้มีสีสันสดใสชัดเจนกว่าเดิม โดยเริ่มใช้ตั้งแต่เดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป

อ่านบทความนี้หรือยัง?

แอปช่วยประหยัดเงินเวลาเดินทาง: 7 แอปสำหรับเดินทางแบบประหยัดที่พลาดไม่ได้ 

ธุรกิจท่องเที่ยว: 7 วิธีน่าทึ่งที่การท่องเที่ยวเปลี่ยนฉันให้กลายเป็นผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นของ The Luxe Nomad 

ครบเครื่องทุกเรื่องชีวิต ไลฟ์สไตล์ ท่องเที่ยว เรื่องราวชีวิตจริง​