แม่เวียดนามระดมเงินช่วยลูกน้อย เจอมิจฉาชีพหลอกเงินหนีลอยนวล

Share this article with other mums

แม่ลูกเล็กหวังพึ่งเว็บไซต์ระดมเงินหาทุนผ่าตัดรักษาลูกครั้งใหญ่ กลับเจอคนร้ายหลอกเอาเงินหนีไปอย่างเลือดเย็น

ระดมเงินช่วยลูก แม่เวียดนามสู้สุดแรงเกิด หวังรักษาอาการร้ายแรงแต่กำเนิดของลูกน้อย กลับโดนคนร้ายซ้ำเติม หลอกเอาเงินบริจาคก้อนใหญ่ลอยนวล 

พ่อแม่ที่สามารถรวบรวมความกล้ามาเรียบเรียงชะตากรรมการป่วยไข้ของลูกให้ผู้คนรับรู้ เพื่อขอทุนสนับสนุนค่ารักษา และหาเงินได้ครบตามเป้าหมาย นับเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง และต้องยกย่องบุพการีกลุ่มนี้ที่ดิ้นรนทุกวิถีทางที่ทำได้เพื่อเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง

แม่บ้านชาวเวียดนามในสิงคโปร์วัย 23 ปี Duong Thi Hai Nhi คือสุดยอดคุณแม่คนหนึ่งที่ระดมเงินช่วยลูกได้สำเร็จถึง 55,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อเป็นค่าผ่าตัดรักษาลูกสาววัยแบเบาะ ที่ป่วยด้วยอาการเอแพร์ หรือความผิดปกติทางพันธุกรรมแต่กำเนิด

แต่แล้ว เงินทุนสู้เพื่อลูกที่หามาได้ก็อันตรธานไป เพราะผู้หญิงชื่อ Ashley Lee หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า Lee ซึ่งหลอกเงิน Hai Nhi ไปมากกว่า 53,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือเกือบทั้งหมดของเงินที่ได้รับบริจาคมา

คุณแม่ Hai Nhi อัพเดตความคืบหน้าผ่านเว็บระดมทุน Give.asia ว่า “ฉันและสามีรู้สึกเสียใจมากทั้งกับลูกและผู้บริจาคเงิน ที่ช่วยสนับสนุนการผ่าตัดของ Rizky (ลูกสาว)” โดยสำนักข่าว The Straits Times เผยว่ากรณีต้มตุ๋นที่เล็งเหยื่อเป็นผู้ระดมทุนครั้งนี้น่าจะเป็นกรณีแรกๆ ที่ได้รับการเปิดเผย

ทารกผู้น่าสงสาร

Rizky ลูกสาวของ Hai Nhi เกิดมาพร้อมกับอาการเอแพร์ ส่งผลให้กะโหลกศีรษะและนิ้วมือนิ้วเท้าของเด็กมีพัฒนาการอย่างผิดปกติ คือกะโหลกผิดรูป และนิ้วมือนิ้วเท้าติดกันเป็นแผงเดียว เธอต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาลตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ 4 เดือน และผ่านการผ่าตัดหลายครั้งเพื่อช่วยให้สามารถหายใจได้

อย่างไรก็ดี Rizky ยังต้องเข้ารับการผ่าตัดกะโหลกและนิ้วมืออีกหลายครั้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 55,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ แต่ Hai Nhi และสามีทุ่มเงินเก็บที่มีกับการผ่าตัดก่อนหน้านี้ไปหมดแล้ว และทั้งคู่ไม่ได้ทำประกันสุขภาพใดไว้เลย

เมื่อเดือนพ.ค. ปีที่แล้ว Hai Nhi จึงตัดสินใจสร้างโครงการระดมทุนในเว็บไซต์ Give.asia ช่วงเวลานั้นเองที่ Ashley Lee เริ่มติดต่อกับเธอผ่านเว็บไซต์ โดย Ashley Lee มีชื่อเสียงในฐานะคนใจบุญที่ช่วยเหลือคนผ่านทางเว็บนี้มากมาย Hai Nhi จึงไว้เนื้อเชื่อใจให้หมายเลขโทรศัพท์เพื่อติดต่อเป็นการส่วนตัว (ในเวลาต่อมา Dennis Yeo หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนา และ Nizar Mohd Shariff ผู้ก่อตั้งองค์กรการกุศล Free Food For All ได้ยื่นฟ้องร้อง Ashley Lee แล้ว)

 

ระดมเงินช่วยลูก

ระดมเงินช่วยลูก

จัดงานเลี้ยงให้เชื่อสนิทใจ

“เธอมาเยี่ยมเราบ่อยมาก เอาอาหารเย็นมาให้ แถมยังจัดงานเลี้ยงให้ Rizky ด้วยเมื่อปีที่แล้ว” Hai Nhi กล่าว Lee บอกกับเธอว่าช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาล และสิ่งที่แม่ของเด็กต้องทำเพียงแค่โอนเงินให้ Lee ช่วงระหว่างเดือนมิ.ย. ถึง ก.ย. ปีที่แล้ว Hai Nhi ได้โอนเงินเข้าบัญชีของนักต้มตุ๋นรายนี้เป็นจำนวนทั้งหมด 53,504 ดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยและไม่ยอมรับโทรศัพท์จากเหยื่ออีกเลย

Hai Nhi บอกกับ The Straits Times ว่า “ลูกสาวของฉันต้องเข้ารับการผ่าตัดศีรษะและนิ้วมือช่วงสัปดาห์หน้า แต่ต้องเลื่อนออกไปเพราะโรงพยาบาลบอกว่ายังไม่ได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลล่วงหน้า”

Lee ยังหลอกเอาเงินจากแม่ที่ขอระดมทุนอีก 2 รายทาง Give.Asia ซึ่งต้องการเงินเพื่อซื้อนมผงสูตรเฉพาะรวมเป็นเงิน 7,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ โดย Lee แสร้งเสนอว่าจะหาซื้อนมประเภทนี้ให้ในราคาที่ถูกกว่า

“เรามีเวลาหาเงินถึง 12 ก.พ. นี้ ถ้าไม่แล้วการผ่าตัดของลูกก็ต้องเลื่อนออกไปจนกว่าจะหาเงินได้ ตำรวจพยายามช่วยเราตามหาตัว Lee แต่ก็ยังไม่ได้ความคืบหน้า” Hai Nhi ปิดท้ายว่า “ฉันรู้สึกแย่ที่ต้องขอความช่วยเหลืออีกครั้ง แต่รอบนี้เราจะไม่ถือเงินเองแล้ว แต่จะเป็นทางเว็บ Give.Asia ที่รวบรวมเงินไปจ่ายโรงพยาบาล KK โดยตรง”

หลอกลวงกันก็แย่แล้ว โกงเงินคนกำลังตกทุกข์ได้ยากนี่สุดๆ ไปเลย เคยเจอหรือพบเหตุทำนองนี้บ้างไหมมาแชร์กัน

บทความอื่นที่น่าสนใจ

อายุน้อยร้อยล้าน (หรือมากกว่านั้น!) ที่โลกต้องดู

เด็กรวยบนอินสตาแกรม: มาดูเด็กน้อยบนอินสตาแกรม ที่รวยจนเราต้องอิจฉา

 

 

แต่งงาน พ่อ-แม่ เรื่องราวชีวิตจริง​