ปอนด์ ใจดีทีวี “ไม่มีความสวยให้ขาย ก็ต้องขายความสามารถแหละ”

Share this article with other mums

ปอนด์ ใจดีทีวี ความสนุก ความฝัน และ โอปราห์ วินฟรีย์

ปอนด์ ใจดีทีวี ภริษา ยาคอบเซ่น ยูทูบเบอร์ นักเลียนแบบ สู่ พิธีกร ที่เต็มไปด้วยความฝัน

เหตุเกิดจากอารมณ์เบื่อของ แม่บ้านต่างแดน คนหนึ่ง ที่อยู่บ้านสามีเฉยๆ ไม่มีอะไรทำ เลยลุกขึ้นมาอัดคลิปเลียนแบบผู้คนที่มีคาแรคเตอร์ที่น่าสนใจ เช่น เด็กนักเรียนดีเด่น สาวน้อยแอ๊บแบ๊ว คนชอบพูดไทยคำอังกฤษคำ (แต่พูดประโยคยาวๆ ไม่ได้เรื่อง) ลงยูทูบเล่นๆ ซึ่งทั้งหมดก็เป็นเพียงแค่ความนึกอยากทำอะไรสนุกๆ ในหมู่คนรู้จักกันเองเท่านั้น

ทว่า จากจุดเริ่มต้นตรงนั้น ความสนุกที่เข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ต กระจายวงไปสู่สายตาผู้ชมที่อยู่ทั่วโลก ที่เข้าใจภาษาไทย หรือท่าทางมุกตลก ชื่อของ ปอนด์ ใจดีทีวี จึงแจ้งเกิด จากแม่บ้านคนหนึ่งที่อยู่ไกลบ้าน เริ่มมีตัวตนบนโลกออนไลน์ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก จนทุกวันนี้มาเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ในบ้านเกิดของตัวเอง

Asian Money Guide ชวน ปอนด์ ใจดีทีวี หรือ ปอนด์ ภริษา ยาคอบเซ่น เปิดบันทึกที่มาของตัวเอง และตัวตนในปัจจุบันของเธอว่าที่จริงแล้ว เกิดจากความเบื่อ หรือมากกว่านั้น ที่ทำให้หญิงสาวธรรมดา กลายเป็นคนดังที่มีแฟนคลับและคนรู้จักมากมายในวันนี้

ปอนด์ ใจดีทีวี ปอนด์ ภริษา ยาคอบเซ่น

AMG: แนะนำตัวหน่อยค่ะ

ปอนด์: ปอนด์ ยาคอบเซ่น ค่ะ เป็นพิธีกร เป็น Online Personality, Influencer เป็นนักพูดค่ะ

ที่มาที่ไปของ ปอนด์ ใจดีทีวี

เริ่มต้นครั้งแรกเลยแค่เพราะว่าไม่มีอะไรทำ เบื่อ ก็อยากจะสื่อสารกับเพื่อน แล้วเราเนี่ยเวลาเราอยู่กับเพื่อน เราชอบเลียนแบบคน ก็เลยเริ่มจากการที่ทำคลิปสั้นๆ เลียนแบบคนนู้นคนนี้ นั่นคือจุดเริ่มต้น

ตอนนั้นทำงานอะไรอยู่

ตอนนั้นเป็นแม่บ้านอยู่นอร์เวย์ ว่างจริง

ตอนทำคาดหวังไหมว่า จะมีคนดูเยอะมาก

ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย คือสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นอะไรที่เราไม่ได้วางแผน แล้วสมัยก่อนยูทูบ มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ ฝันจะเป็นฝันจะทำ มันไม่มีใครทำ ดังนั้นเราปล่อยออกไป เราไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ปอนด์ ใจดีทีวี ปอนด์ ภริษา ยาคอบเซ่น

จากจุดนั้นไปยังไงมายังไง ถึงกลายเป็น Guest Speaker เป็นพิธีกรทีวี

จริงๆ แล้วฝันของเราคือ เป็นพิธีกร เราชอบถามคำถามคน เราชอบซักคน นั่นคือฝันของเรา แล้วมีอยู่วันนึง มีโอกาสได้กลับมาเมืองไทย แล้วผู้ใหญ่ที่(ช่อง) Workpoint ก็ให้โอกาสเรา เป็นพิธีกรจริงๆ เราก็เลยรู้สึกว่า อุ๊ย นี่แหละคือฝันของชั้น นี่คือสิ่งที่ชั้นต้องทำ

เค้าติดต่อมาเอง หรือเราติดต่อไปก่อนว่าสนใจ

เราติดต่อเค้าไปค่ะ แล้วเค้าก็ให้โอกาสที่จะคุยกับเรา พอคุยปุ๊ปเนี่ยคุณกร (ชลากรณ์ ปัญญาโฉม) เค้าก็พูดเลยว่า ถ้าวันไหนมีช่อง คือตอนนั้น Workpoint ยังไม่มีช่องเป็นของตัวเองเลยนะ แต่ถ้าวันไหนมีจะเรียกมาแคสต์ แล้วพอวันที่เค้ามีเค้าเรียกเรามาแคสต์จริงๆ

ตอนนั้นแคสต์รายการอะไร

ชื่อรายการ สวย เฉียบ เนี้ยบ เป็นรายการที่มีผู้หญิงสามคนมานั่งพูดเรื่องราวต่างๆ ในโลก เอามาแชร์ประเด็นต่างๆ คล้ายๆ ผู้หญิงถึงผู้หญิง

พอเราได้เป็นพิธีกรแล้ว เป้าหมายต่อจากนั้นคืออะไร

พอเราได้เป็นพิธีกรเนี่ย มันคือการพูด การนำเข้าส่งออกช่วงต่างๆ แต่บางครั้งเนี่ย เรายังมีความต้องการภายใน คือ คอนเท้นท์ที่เราต้องการสื่อสารกับคนดูของเรา ซึ่งเป็นคอนเท้นท์ประเภทบวก สร้างแรงบันดาลใจ ปลุกให้ตื่น อะไรประเภทเนี้ย เราก็เลยกลับมาทำยูทูบอีกครั้งนึง เพื่อที่จะสนองความต้องการในการสื่อสารคอนเท้นท์ ที่เราอยากจะสื่อสารกับคนดูจริงๆ

ตอนนี้มีหลายช่องทางมาก

ทุกแพลทฟอร์มที่มีอยู่ในโลกนี้ ชั้นต้องเข้าไปควบให้หมด

คิดว่าแฟนคลับเค้าชอบอะไรเรา ในเมื่อเราไม่ได้ตลก ไม่ได้เลียนแบบใครแล้ว

ถึงแม้ว่าเราจะไปสร้างแรงบันดาลใจ หรือเราจะไปพูดเรื่องข่าว เรื่องประเด็นสังคมอะไรก็แล้วแต่ เราก็ยังเป็นเรา ระหว่างที่เล่าประเด็นสังคมอยู่บางที องค์คุกกี้ลงก็มี องค์คุณพลอยลงก็มี ดังนั้นเราก็ไม่ได้ทิ้ง เราก็พาตัวละครเหล่านั้นมาด้วย แต่ว่ามันโตขึ้น คอนเท้นท์มันโตขึ้นตามเราอะ ตอนที่เราทำครั้งแรกนั้น อายุเรา 28 มั้ง แล้ววันนี้เรา 36 แล้ว จะให้มานั่งคุกกี้ตลอดเวลาก็ไม่ได้ ดังนั้น คอนเท้นท์เราเปลี่ยนไปตามความสนใจของเรา

ความสนใจของเราในวัย 36 ก็คือ เรื่องทุกข์เรื่องสุขแล้วแหละ เข้าวัดเข้าวา ทำงานยังไงเราถึงจะมีแรงให้ทำงาน แล้วทำงานยังไงให้อยู่อย่างมีความสุข ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง คอนเท้นท์พวกนี้ที่เราอยากจะทำมากกว่าในวัยนี้

ปอนด์ ใจดีทีวี ปอนด์ ภริษา ยาคอบเซ่น

คิดว่าการหาเงินในยูทูบยากมั้ย

มันไม่ได้ถึงขึ้นยาก แต่มันก็ไม่ง่าย ตอนนี้ทุกอย่างมันอยู่ที่คุณภาพของคลิปแหละ คลิปดี ถ้าเกิดว่าคนหลงเข้ามาดูคุณทีนึง เค้าก็ Subscribe (ติดตาม) เลยนะ ถ้าคลิปดี แต่ถ้าคลิปไม่ดี คุณอาจจะเต้น ถอดเสื้ออะไรก็แล้วแต่ คนมาดูล้านนึงก็ได้ล้านนึงคลิปเดียว เราว่ายูทูบมันเป็นเหมือนร้านขายของ ที่ต้องสร้างความสัมพันธ์ สร้างความเชื่อถือกัน

อยากทำคลิปยูทูบให้ประสบความสำเร็จ ต้องทำยังไง

โฟกัสที่คุณภาพ จริงอยู่ คนไทยหลักๆ ชอบอารมณ์ดี ชอบสนุก คือ การเปิดเข้ามาดูทีวี ดูยูทูบเนี่ย หลัก ๆ คือเพื่อหาความบันเทิง ดังนั้น คอนเท้นท์แมส คือให้ความบันเทิง เต้น พูดจาตลกขบขันอะไรอย่างนั้น อันนั้นได้อยู่แล้ว มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการคนกลุ่มไหน เราก็เพิ่งย้ายมาจากตลก จากตอนเด็กๆ ที่เราเป็นสายตลกมา เราก็ย้ายเป็นแบบว่าสายผู้ใหญ่แล้ว เป็นแรงบันดาลใจ

ทำงานหลายอย่าง มีวิธีการจัดการชีวิตที่งานเยอะ ๆ แบบนี้ยังไง

มันไม่ได้เยอะขนาดนั้นนะ มันเหมือนมีหลายชาแนล ทำไลฟ์ในเฟสบุ๊ก เอาจากเฟสบุ๊กไปลงในยูทูป มันเหมือนเราทำงานป้อนหลายช่องมาก แต่เราทำครั้งเดียว แล้ววิธีการทำงานเรามีความรู้สึกว่า ควรจะทำงานให้น้อยแต่ได้มาก ไม่ใช่ทำงานมากแต่ได้น้อย

ดังนั้น ทำงานครั้งเดียวให้ดีๆ ไปเลย แล้วลงทุกแพลทฟอร์มไปเลย เราอาจจะไปลงทวิตเตอร์ก่อน เพื่อที่จะไปบอกว่าจะไลฟ์ในเฟสบุ๊กวันนี้นะ เพราะว่าเฟสบุ๊กมันไม่ได้ฟีดคนตลอดเวลาแล้ว มันไม่เหมือนสมัยก่อนใช่ไหมคะ แต่คนเล่นทวิตเตอร์ เรตการเห็นยังเยอะอยู่ เราไปบอกเค้าตรงนั้น เพื่อที่จะไปไลฟ์ตรงนั้น ไลฟ์เสร็จแล้วบอกให้เค้าไปดูย้อนหลังได้ที่ยูทูบอะไรอย่างเงี้ย

ผู้หญิงที่เก่งเรื่องงาน มักจะจัดการความสัมพันธ์ไม่ได้เรื่อง

เราว่ามันไม่เป็นแบบนั้นทุกเคสเสมอไป เราไม่ได้บอกว่าเราเป็นคนเพอร์เฟคทุกทาง ทั้งงานทั้งเพื่อนทั้งคนรัก เพียงแต่ว่าทุกคนมีความสุขในแบบที่ไม่เหมือนกัน บางคนไม่ต้องการเพื่อนก็ได้ บางคนไม่ต้องการความรักก็ได้ บางคนงานไม่ต้องเด่นมากก็ได้ เพียงแต่ว่าจุดไหนต่างหากที่คนๆ นั้นมีความสุข

อย่างตอนนี้ งานเราก็โอเค ครอบครัวเราก็โอเค เพื่อนเราก็โอเค แต่มันอาจจะไม่โอเคสำหรับคนอื่นนะ เค้าอาจจะมองว่า อุ้ย แบบนี้ได้หรอ แต่สำหรับเรามันได้ไง จุดความสุขของเรามันโอเคอยู่ตรงนี้ เราก็รู้สึกว่าเรามีความสุข ไม่ต้อง manage อะไร ถ้าเรารู้สึกว่าพอดีๆ กับทุกเรื่อง เรารู้สึกว่า flow harmony มันจะเกิดขึ้นเอง

คำว่าตั่งมาจากอะไร

ตั่งมันมาจากคำว่า ต่างๆ สมัยก่อนเนี่ย เพื่อนไปที่ห้องเรา คอนโดเรา แล้วคอนโดเราเนี่ยก้จะมีของกุ๊กกิ๊กๆ ผสมกันอยู่ในนั้น เพื่อนบอกห้องแกนี่มัน… เราก็เลยพูดโพล่งขึ้นมาว่า ต่างๆ ใช่มั้ยล่ะ นั่นก็คือที่มาของคำว่า ต่างๆ ก็คือหลายอย่างรวมกัน มันเลยต่างๆ พอเราพูดต่างๆ มาได้สองปี มันก็กร่อนลงอีกเหลือแค่ ตั่ง ดังนั้น มันเป็นลักษณะของคำที่แปลว่าหลากหลาย มากมาย ดี ขึ้นอยู่กับโทนเสียง แล้วแต่บริบท

ใช้โซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์ ทั้งคนทั่วไปและคนทำงาน

ถ้าเป็นคนทำงานแล้ว ต้องทำงานกับโซเชียลมีเดียอยู่แล้ว ก็ถือว่ามันเป็นการทำงาน มันต้องใช้อยู่แล้ว แต่ถ้าเราไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย เราเป็นพนักงานบัญชี เราเป็นอย่างอื่นที่ไม่ต้องใช้โซเชียลมีเดียในการทำงานอะ ต้องพอดีนิดนึง อย่าให้โซเชียลมีเดียมันใช้เรา วันไหนก็แล้วแต่ที่คุณถูกตัดขาดจากโซเชียลมีเดีย แล้วคุณรู้สึกว่าคุณลงแดงอะ นั่นคือคุณติดแล้ว โซเชียลมีเดียมันกำลังใช้คุณ

แล้วเรามีความรู้สึกว่า ยิ่งคุณอยู่บนโซเชียลมีเดียมากเท่าไหร่ มันยิ่งสร้างความเครียดโดยไม่รู้ตัวให้กับคนสมัยนี้ได้มาก หลายๆ คนที่เราเห็นว่ามีความสุขอะ เวลาเราไปวัดอะเราเจอคนแก่ แล้วเวลาที่คนแก่เค้านั่ง แม่ชีอะนะ เค้านั่งอยู่คนเดียวก็นั่งว่างๆ มองออกไปที่ต้นไม้ แล้วก็ดูเด็กคุยกัน อุ้ยตายทำไมคุณแม่ชีดูมีความสุขจังเลย ในขณะที่เราเนี่ยพอว่างปุ๊ป หยิบขึ้นมาดูก่อนเลยมีโนติฟิเคชั่นอะไรบ้าง เรามีความรู้สึกว่า จริงๆ แล้วชีวิตถ้าขาดโซเชียลมีเดียไป ไม่ตายนะ แล้วก็ไม่โดดเดี่ยวในโลกด้วย อย่าเข้าใจว่าเราจะต้องมีตัวตนอยู่ในโซเชียลมีเดีย อย่าให้มันใช้เรา เราคิดว่านั่นคืออันตราย

คนเราความพอดีไม่เท่ากัน แต่ถ้าอยู่นิ่งไม่ได้อะ นิ่งๆ ปุ๊ปมือถือต้องขึ้นมา เรารู้สึกว่าเราต้องให้เวลากับตัวเองบ้าง บางทีการได้นั่งนิ่งๆ ไม่ต้องมีอะไรเลย มันทำให้เราได้ทบทวน ได้คิด ได้สะท้อน ได้ทำในสิ่งที่คนที่เค้าใช้มือถือตลอดเวลา ไม่ได้ทำกันอะ แล้วคนก็จะบอกว่า อุ๊ยเธอนี่ทัศนคติดีเนาะ รู้จักคิดเนาะ ก็มีเวลาคิดไง ในขณะที่พวกเธอกำลังไสมือถืออยู่ ชั้นนั่งเฉยๆ เฉยๆ นี่ไม่ได้แปลว่าเปล่าประโยชน์นะ เฉยๆ คือเราได้ตกตะกอน เราได้คิด

“ไม่มีความสวยให้ขาย ก็ต้องขายความสามารถแหละ”

อะไรบ้าง ที่ทำให้ ปอนด์ ยาคอปเซ่น มาถึงตรงนี้ได้

เราไม่ได้ทำเพื่อเงิน อันนี้สำคัญมากที่สุด แล้วอันนี้ มันคือความยั่งยืนที่สุด เพราะว่าเมื่อใดก็แล้วแต่ที่คุณทำเพื่อเงิน มันสูญเสียจุดยืนอะ แล้วจุดยืนของเราตอนที่กลับมาจากนอร์เวย์ มาเมืองไทย เรารู้สึกว่าเราอยากมาให้สิ่งดีๆ กับคนดู เพราะฝันเราคือพิธีกร ดังนั้นเรามีสิทธิ์ที่จะพูด แล้วสิ่งที่เราพูดเนี่ยหลายคนฟัง ไม่ใช่แค่คนในครอบครัว ไม่ใช่แค่นักเรียน แต่เป็นคนทั้งประเทศ เพราะเราเป็นพิธีกรทีวี

ดังนั้นสิ่งที่จะพูด สิ่งที่จะสื่อสาร ต้องเป็นสิ่งที่ดี ดีต่อเค้า เราจะมีสโลแกนใน Podcast ว่า ถ้าคุณต้องฟัง สิ่งนั้นต้องมีคุณค่า จะไม่ให้คนดูเสียเวลาชีวิตกับเรา คือแบบพอดูเราปุ๊ปเอาเวลา 5 นาทีของชั้นคืนมา เราจะไม่อยากให้เค้าพูด เราอยากให้เค้ารู้สึกว่า เฮ้ย รู้สึกดีจังเลยที่ได้ฟัง 5 นาทีนี้ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ คือ อย่าไปโฟกัสที่เงินมาก ให้โฟกัสที่คอนเท้นท์ แล้วโฟกัสที่เป้าหมายที่มันใหญ่กว่าเงินอะ แล้วเป้าหมายที่มันใหญ่กว่าเงินสำหรับเราอะ

เรารู้สึกว่าเราคือสะพาน สะพานทอดจากความรู้สู่ความไม่รู้ ทอดจากความบ้านนอกสู่ความเมือง เพราะเราเป็นเด็กบ้านนอก แล้วเราก็ได้มาในเมือง ทอดจากความไทยไปต่างชาติ เราก็คือเด็กไทย แล้วเราก็มีโอกาสได้ไปอยู่ต่างชาติ เราก็ทำสะพานทั้งหมดเนี่ยให้มันกลมกลืนกันแล้วเราก็มาผสมผสานกัน เราก็มานำเสนออีกทางออก

อีกความคิดนึง คุณอาจจะโตมาแล้วคุณก็ถูกสอน สังคมทำให้คุณคิดแบบนี้ เราก็บอกว่า เฮ้ยคิดแบบนี้ก็ได้นะ ทุกอย่างมันไม่ได้มีช้อยส์เดียวให้คิดอะ บางทีคุณอาจจะเห็นนางร้ายที่ร้ายมากเลย แต่เราก็บอกว่า เฮ้ยแต่จริงๆ ลองกลับไปดูอดีตของเค้าดูสิ เค้ามีเหตุผล คนเรามักจะทรีทคนอื่น เหมือนที่โลกทรีทเรา ถ้าโลกทำร้ายเรา เราก็ไปทำร้ายคนอื่น มันเป็นธรรมชาติ ดังนั้น เวลาที่เราเจอคนไม่ดี ก็ควรที่จะรู้สึกว่าเห็นใจเค้าดีกว่า แทนที่จะบอกว่าอีนี่ร้ายจัง

ปอนด์ ใจดีทีวี ปอนด์ ภริษา ยาคอบเซ่น

ตอนนี้ประสบความสำเร็จที่สุดแล้วรึยัง

สำหรับปอนด์ คำว่าประสบความสำเร็จ คือ ความสุข ถ้าวันนี้เรามีความสุขแล้ว คือเราประสบความสำเร็จแล้ว เพราะไม่งั้นถ้าเราถาม เราเอาอะไรมาวัดความสำเร็จ ถ้าเอาตัวเงิน ไม่ประสบความสำเร็จเลยค่ะ แต่ถ้าถามว่าในส่วนของความสุข เราได้ให้คอนเท้นท์ในแบบที่เราจะให้ ตรงนี้เรารู้สึกว่าเราประสบความสำเร็จ เรามีความสุขทุกครั้งที่เราได้มาแชร์กับคนดู

เป้าหมายต่อไป 

คำว่าพิธีกรอะ สำหรับเรามีหลายแบบ ตอนนี้เราเป็นพิธีกร เรายืนเล่าข่าว แต่จริงๆ แล้วเราต้องการเป็น พิธีกรทอล์คโชว์ เพราะเรารู้สึกว่าทอล์คโชว์เนี่ย มันให้เวลาที่จะพูดคุยกับแขกรับเชิญ แล้วเราก็สามารถที่จะขุดค้นประสบการณ์ของเค้า แล้วก็สามารถที่จะอธิบายในเชิงที่คุณจะใช้ประสบการณ์ของเค้ายังไงในชีวิตจริงของคุณ อะไรอย่างเงี้ย คอนเท้นท์แบบนั้นเราอยากทำ ซึ่งอันนั้นเรายังไม่ได้ทำ

แต่จริงๆ เวลาที่เรามีโอกาส เราก็จะทำในสตูดิโอของเราเองนี่แหละ เราจะเชิญคนที่เราสนใจมานั่งคุยกับเราในสตูดิโอ แล้วก็เอาไปลงในยูทูบ แต่แน่นอนทีวีมันแมสกว่า มันได้ผลกระทบกับคนมากกว่า ถ้าวันนึงมีโอกาส ก็อยากทำรายการทอล์คโชว์ของตัวเอง แต่ถามว่าถ้าวันนั้นไม่มาถึง ก็มีรายการของตัวเองอยู่ในยูทูบแล้ว ไม่เสียใจ คือไม่ต้องวิ่งตามโอกาส สร้างโอกาสด้วยตัวเอง

เราไม่ควรไปคาดหวัง คาดหวังแล้วไม่ได้เราก็เฮิร์ทอีก เพราะว่าเฮิร์ทมาหลายทีแล้ว ความคาดหวังพวกนี้ทำให้เรารู้แบบว่า อยากทำอะไรทำเลย วันนึงอยากเป็นผู้ประกาศข่าว ชั้นตั้งโต๊ะตั้งกล้อง แล้วเป็นผู้ประกาศข่าวเอง โอเคได้ทำแล้วสบายใจ

อย่ารอโอกาส อยากทำอะไรทำเลย

ใช่ รู้สึกว่า ถ้าวันนึงคุณคิดอยากจะเป็นอะไร คุณเป็นได้เลย คุณไม่ต้องคิดจะรอ ให้คนมาเห็นคุณ ค้นพบเพชรเม็ดงามเหมือนในละคร คุณไม่ต้องรอว่า เดี๋ยวให้ที่นั่นเปิดออดิชั่นก่อน รอนู่นรอนี่ รอเวลาที่เพอร์เฟ็ค มันไม่มีหรอกค่ะเวลาที่เพอร์เฟ็ค เวลาที่เพอร์เฟ็ค คือ เวลานี้

อยากเป็นพิธีกร ตั้งกล้องค่ะ พูดได้เลยค่ะ เอาคลิปลงยูทูบลงเฟสบุ๊กได้เลยค่ะ อยากเป็นนางแบบ ดูน้องม๊าเดี่ยวสิ ทุกวันนี้โกอินเตอร์ระดับโลกไปแล้ว CNN มาสัมภาษณ์ ดังอยู่ที่ญี่ปุ่น ก็เพราะว่าเค้าไม่ต้องรอว่า เค้าจะต้องมาประกวดแฟชั่นในเมือง เค้าจะต้องเข้ามาโรงเรียนแฟชั่น ไม่ค่ะ เอาฟางพันตัว เอาสุ่มมาเป็นกระโปรงแล้วเดินแบบเล่นอยู่บ้าน ให้พ่อเป็นคนถ่ายให้ แล้ววันนี้ก็คือน้องประสบความสำเร็จในเชิงของแฟชั่นจริง ๆ มีแบรนด์เป็นของตัวเอง เป็นที่ยอมรับ ไม่ใช่แค่ในประเทศ ในต่างประเทศด้วย นั่นคือบทพิสูจน์ว่า อยากเป็นอะไรเป็นได้เลยไม่ต้องรอ

ไอดอลของ ปอนด์

โอปราห์ วินฟรีย์ ซึ่งเป็นพิธีกรที่เก่งที่สุดในสายตาของปอนด์ แล้วคอนเท้นท์ของโอปราห์ ก็เป็นคอนเท้นท์ที่มอบสิ่งดีๆ ให้กับคนดู จริงๆ แล้วโอปราห์ก็ไม่ได้คิดเรื่องเงินมากขนาดนั้น แต่ด้วยความที่เธอมอบสิ่งดีๆ ให้กับคนอะ สิ่งดีๆ ก็กลับมาหาเธอเอง ดังนั้น เรารู้สึกว่าอันนี้ยั่งยืนที่สุดแล้วมันก็สวยงาม

บางทีเราทำคอนเท้นท์ไป บางทีเราพูดจาแบบแรงไป หรือว่าเราเคยทำคอนเท้นท์แบบนั่งด่าทรัมป์ทั้งวันอะไรอย่างเนี้ย เราก็รู้สึกว่ามันไม่ดีเลยอะ มันสร้างความเกลียดชัง เราก็ตัดคอนเท้นท์นั้นออก คือ เราพยายามทำให้คอนเท้นท์ของเรามันเป็นพลังบวกให้มากที่สุด

อยากเป็นพิธีกรเพราะเห็นโอปราห์ หรืออยากเป็นพิธีกรมาก่อนอยู่แล้ว

จริงๆ แล้ว ชีวิตของเรามันพัวพันกับการพูดมาตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กๆ ครูส่งไปประกวดปาฐกถา โต้คารม ตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว เราก็รู้สึกว่าเราผูกพัน แต่การที่อยากมาเป็นพิธีกรจริงๆ เนี่ย คือการได้เห็นโอปราห์ วินฟรีย์ แล้วเรารู้สึกว่า เฮ้ย ถามคำถามดี แล้วก็คอนเท้นท์ดี แล้วสำหรับเราที่เราฟังเขาอะ มันได้อะไรกับชีวิตแบบเอาไปใช้ได้เลย ไม่ใช่แบบเฮฮา ปาร์ตี้ เปล่าๆ ปลี้ๆ ไม่ใช่ค่ะ คุณสามารถที่จะหยิบสิ่งที่เค้าพูดมาใน episode นี้แล้วเอามาใช้ได้เลย อันนี้เป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่า โอปราห์ ดี

การพูดเก่งเป็นเรื่องของพรสวรรค์ เรื่องของบุคลิกที่ติดตัวมา

ตอนแรกอะ กลับมาเมืองไทยแล้วได้พูดกับผู้บริหาร Workpoint เราก็เล่าเลย ก็ขายตัวเองอ่ะ ว่าเราชอบพูดชอบคุยค่ะ คือคุยกับเค้าเหมือนกับว่า เราสามารถจะเป็นโอปราห์ได้วันนี้เลย ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ นี่ทำพิธีกรมาแล้ว 5 ปี ยังรู้สึกว่า มีสิ่งที่เราต้องปรับปรุงพัฒนามากเลย ก่อนที่เราจะสามารถมีรายการทอล์คโชว์เป็นของตัวเองได้จริงๆ แม้กระทั่ง 4-5 ปีนี่ คือ ทำไลฟ์เกือบทุกวันนะ เราก็รู้สึกว่า เรายังต้องเรียนรู้อีกมาก

จากวันนั้นถึงวันนี้ เราเปลี่ยนไปเยอะมาก ถ้าอยู่ๆ วันนั้นที่เรากลับมาเมืองไทย แล้วเค้าให้รายการเราเลยรายการนึง รายการนั้นคงต้องปิดตัวไปเช่นกัน เพราะว่าของยังไม่ถึง

แนะนำวิธีจัดการเงินของคนทำงาน

เราก็เป็นคนนึงที่ใช้เงินเก่ง สิ่งที่เราทำก็คือ พอเราเก็บรวบรวมมาได้ เราเอาไปซื้ออสังหาฯ ที่ดิน แม้กระทั่งผืนเล็กๆ ไม่ต้องเป็นล้านก็ได้นะคะ จะเป็นที่ดินแบบ 50 ตรว. อยู่ตจว.ก็ได้ แต่ว่าไปเก็บไว้เป็นที่ดิน อย่างน้อยเราใช้เงินก้อนนั้นไม่ได้ แล้วที่ดินมันขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่าคนในโลกมันมีมากขึ้นเรื่อยๆ

ปอนด์เป็นคนที่หุ้นก็ทำไม่เป็น กลัว ไม่ชอบตัวเลข รู้สึกว่าการซื้อที่ เป็นอะไรที่ช่วยเก็บเงินเราได้ดีที่สุด วันนึงอยากขายก็ขาย อย่างแย่ๆ เลยก็คือเท่าทุน แต่ว่าเงินไม่ไปไหน

แม้กระทั่งบัตรเครดิต ชั้นเป็นคนไม่มีเอทีเอ็มนะ เพราะมีเงินสดอยู่ในกระเป๋าแล้วใช้หมด ก็เลยต้องทำให้ตัวเองได้มาด้วยเงินสดยากขึ้น โดยการไม่มีบัตรเอทีเอ็มที่จะกดเงินได้ อยากเอาเงินสดก็ต้องไปธนาคาร

สิ่งที่เราสังเกตเห็นในตัวเอง คือ พอเราไม่มีเงินสด เราก็ไม่ใช้ พอไปเห็นอันนี้ชอบ เราก็แบบไม่ซื้อก็ได้ แต่ถ้ามีเงินอ่ะควักเลย พอเราไม่มีเงินสดเราก็สามารถที่จะถามเพื่อนถามแฟนได้ว่า เฮ้ย วันนี้ไม่มีเงินสดเลยอะขอหน่อยดิ (หัวเราะ) บอกสามี สามีบอกนี่ชีวิตนี้ไม่เคยมีเงินสดเลยหรอ ก็ใช่ไง ไม่มีบัตรเอทีเอ็ม ก็บอกเค้าไป

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

คลิกอ่านเรื่องนี้

บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี “ผู้หญิงที่มีกิจกรรมของตัวเองเป็นผู้หญิงมีเสน่ห์” 

ว่านน้ำ พันทิป ตอบตรง “เป็นบล็อกเกอร์รวยจริงไหม?”

อาชีพและการทำงาน ผู้ประกอบการ/นักธุรกิจ