11 ประโยคที่ไม่ควรพูด พูดแล้วชีวิตไม่ก้าวหน้า

Share this article with other mums

คำพูดติดปากอาจจะกลายเป็นดาบหันมาทิ่มแทงสังหาร โดยเฉพาะหน้าที่การงาน

คำพูด และวิธีการพูด ให้ผลลัพธ์หรือมีผลกับความสำเร็จ ความก้าวหน้า หรือก้าวต่อไปในชีวิต แม้แต่ คำพูดติดปาก เล็กน้อย ซึ่งถ้าไม่ระวัง คำพูดติดปากอาจจะกลายเป็น ประโยคอันตราย โดยเฉพาะด้านหน้าที่การงาน นี่คือ วลีเด็ดแต่อันตราย ประโยคที่ไม่ควรพูด ที่ Asian Money Guide อยากชวนให้จำ เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างภาพลักษณ์ในแง่ลบ โดยไม่ได้ตั้งใจ และการสร้างนิสัยการพูดให้น่าฟัง ใครอยู่ใกล้ก็อยากคุยทำความรู้จักด้วย

คำพูด วิธีการพูด ผลลัพธ์ ความสำเร็จ ความก้าวหน้า ก้าวต่อไปในชีวิต คำพูดติดปาก เล็กน้อย คำพูดติดปาก ประโยคอันตราย โดยเฉพาะการทำงาน วลีเด็ดแต่อันตราย ประโยคที่ไม่ควรพูด ในที่ทำงาน หลีกเลี่ยงการก่อภาพลักษณ์ในแง่ลบโดยไม่ได้ตั้งใจ การสร้างนิสัย การพูดให้น่าฟัง อยากคุยทำความรู้จัก

“ไม่มีอะไรที่ฉันทำได้”

ประโยคนี้ได้ยินแว้บแรกก็ประหลาดแล้ว เพราะสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น พัฒนา หรือแก้ไขได้ ก็เกิดจากสมองและพลังกายพลังใจ ซึ่งทุกคนมีและสามารถปั้นมันขึ้นมาได้ หากพูดขึ้นมา คุณจะถูกมองทันทีว่า จงใจหลีกหนีภาระหรือความรับผิดชอบ เป็นคนไม่เอาการเอางาน ไปโดยปริยาย

“ไม่ยุติธรรมเลย”

ยอมรับความจริงกันนิดนึง คนเราเกิดมา จากคนละท้องแม่ ฐานะครอบครัว การเลี้ยงดูก็ต่างกัน หน้าตาไม่เหมือนกัน ถ้าจะบ่นออกมาว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน ไม่ยุติธรรม หรือ ไม่แฟร์ กับเรา ออกแนวคนขี้วีนเปล่าๆ เอาเวลาวีนเหวี่ยง ไปทำอะไรชดเชยสิ่งที่คิดว่าไม่ยุติธรรมเสียดีกว่า ให้โลกรู้ว่าเราเป็นคนเก๋ เผื่อความไม่ยุติธรรมที่น่าช้ำใจ จะได้ไม่เกิด หรือเกิดกับเราน้อยลง

“จะพยายามค่ะ / ครับ”

ความหมายเหมือนดี แต่กลับสะท้อนถึงความไม่มั่นใจในตัวเองของคนพูด หรืออาจคิดไปได้ถึงขั้นว่าไม่ได้เร่งรีบ กระตือรือร้นที่จะทำงานให้สำเร็จด้วย

“นั่นมันเป็นไปไม่ได้”

เวลาฟังหรือได้รับคำสั่ง หน้าที่มอบหมายอะไรมา ให้คิดเยอะๆ กับตัวเอง และอย่าโพล่งว่า โอ๊ย ทำไม่ได้หรอก ไม่ได้หรอกค่ะ ยากนะครับ ออกมา ประโยคอันตรายนี้ จะทำให้คุณดูเหมือนพวกโลกแคบทันที คิดทบทวนกับภารกิจที่ได้รับมาให้หลายๆ รอบ ลองทำ ค้นหาความเป็นไปได้ กับมันก่อน

“เราก็ทำกันมาแบบนั้นแหละ”

การแข่งขันในการทำงาน การเรียน หรือในเรื่องไหนๆ ถ้าอยากก้าวหน้า อยากโดดเด่นกว่าใคร สิ่งที่ห้ามทำ คือการอยู่เฉยๆ ไม่ปรับตัว ถ้าคุณเป็นคนทำงานที่มีทัศนคติหรือพูดแบบนี้ อาจจะถูกคนอื่นเพ่งเล็งได้ว่า เป็นคนไม่กระตือรือร้น และไม่ต้องรอให้บริษัทเพ่งเล็ง เวลาผ่านไปคุณเองจะเริ่มอยู่ไม่ได้ไปเอง เพราะธุรกิจการค้าทั้งหลาย ร้อยทั้งร้อยต้องแอคทีฟ รู้จักพลิกแพลง มองหาโอกาส และก้าวไปข้างหน้าทั้งนั้น

“นี่ รู้ป่ะว่า..”

ไม่มีใครบนโลกนี้ไม่ถูกนินทา ก็จริงอยู่ แต่เราเลือกได้ที่จะเป็นคนไม่ขี้เม้าเรื่องของคนอื่น บางครั้งการพูดจาลับหลัง หากถึงขั้นทำลายชื่อเสียง ภาพลักษณ์ของคนอื่น อาจจะสะเทือนถึงเก้าอี้ทำงาน ตกงานไม่รู้ตัวด้วยนะ

คำพูด วิธีการพูด ผลลัพธ์ ความสำเร็จ ความก้าวหน้า ก้าวต่อไปในชีวิต คำพูดติดปาก เล็กน้อย คำพูดติดปาก ประโยคอันตราย โดยเฉพาะการทำงาน วลีเด็ดแต่อันตราย ประโยคที่ไม่ควรพูด ในที่ทำงาน หลีกเลี่ยงการก่อภาพลักษณ์ในแง่ลบโดยไม่ได้ตั้งใจ การสร้างนิสัย การพูดให้น่าฟัง อยากคุยทำความรู้จัก

“แม่ฉันนะ ขี้บ่นมาก / อารมณ์เสียผัวกลับบ้านดึกเมื่อคืน นี่นะ…”

ไม่พูดเรื่องของคนอื่น และก็ต้องไม่พูดเรื่องไม่งามของตัวเองด้วย ถึงสนิทกันมากแค่ไหน แต่ไม่มีใครฟังเรื่องแย่ๆ ของคนอื่น แล้วตัวเองรู้สึกดีหรอกนะ แถมคนพูดยังดูไม่ดีด้วย ในสายตาของคนอื่น คนที่กล้าพูดเรื่องไม่ดีของตัวเอง ถ้าเป็นเรื่องเสื่อมเสียของคนอื่นก็คงไม่เหลือ คนแบบนี้ยังดูไม่เป็นมืออาชีพในที่ทำงานด้วย

“เงินเดือนที่นี่โคตรน้อย”

ถ้าไม่โอเคกับเงินเดือน เกลียดหัวหน้า ชังออฟฟิศ เงียบไว้ แล้วเข้าเว็บไซต์หางาน อย่าไปแคร์ถึงขั้นบ่นออกมาให้โลกรู้ เพราะไม่มีใครที่ได้ทุกสิ่งที่ถูกใจ ถ้าไม่ถูกใจ ก็หาใหม่ จะเลวร้ายไปใหญ๋ ถ้าเรื่องนี้ล่วงรู้ถึงหัวหน้างานหรือบริษัทของคุณ จากเงินเดือนน้อย อาจจะเป็นโนค่าจ้าง ตกงานเอาง่ายๆ

“บริษัท…… แย่มาก”

เดี๋ยวนี้นอกจากเอ่ยปากพูดออกมา ต้องระวังอย่าโพสต์ด่าที่ทำงานเก่า อดีตเจ้านายในโซเชียลมีเดียของตัวเองเป็นอันขาด เพราะ Facebook Twitter Instagram และสื่อสังคมออนไลน์ทั้งหลาย ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว รังลับ ของผู้ใช้งาน ขีดเส้นใต้ไฮไลท์ปากกาแดงไว้เลย อย่าคิดว่าคนอื่น หรือแม้แต่คนที่ถูกพาดพิงจะไม่เข้ามาเห็น และการด่าเจ้านายเก่าของตัวเอง ทำให้คุณเป็นผู้ร้าย และน่ากลัวว่า ก็คงคิดไม่ดีกับบริษัทปัจจุบันด้วยเหมือนกันแหละ

“ตอนนั้นน่าจะ…”

ไม่ว่าจะถูกหรือผิด คนที่พูดประโยคนี้ไม่แคล้วด่าตัวเอง ก็ด่าคนอื่น ว่าตอนนั้นนะ น่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้มากกว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะคร่ำครวญถึงสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว โดยเฉพาะในที่ทำงาน ถ้าจะพูด เอาเวลาไปสะสางจัดการใหม่ให้เข้าที่เข้าทางเสียดีกว่า

“อืม.. คือว่า…”

หลายคนติดปากต้องพูดคำพวกนี้ขึ้นต้นประโยคที่ต้องการจะพูด ซึ่งคำเหล่านี้นอกจากจะไม่มีความหมาย ยังฟังดูน่ารำคาญ และแสดงความไม่มั่นใจให้คนฟังรู้สึกด้วย รวบรวมสติ เรียงลำดับความคิด และพูดสิ่งที่คิดออกมาเลยดีกว่า

บทความน่าสนใจอื่นๆ

7 เรื่องดีจากการทำอาชีพส่วนตัว 

ผู้หญิงกับการเงิน: แก่ไม่เป็นไร แต่ต้องมีเงินใช้ 

อาชีพและการทำงาน เคล็ดลับการทำงาน