ฉันสุญเสียทุกอย่าง : เรื่องราวของคนรวยล้นฟ้า 4 คนที่กลายเป็นยาจกที่พวกเราสามารถเรียนรู้เป็นบทเรียนได้

Share this article with other mums

คนที่เคยรำรวยสี่คนนี้จะมาแชร์เรื่องราวของพวกเขาให้เราฟังว่าเขาสูญเสียทุกอย่างไปได้อย่างไร

มีคนเคยบอกว่าชีวิตมีขึ้นต้องมีลง คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับชีวิตสบายๆ ได้ตอนนี้ แต่ใครจะไปรู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น นี่เป็นเรื่องราวของคนรวยล้นฟ้า พวกเขาคิดว่าเขาสามารถควบคุมชีวิตเขาได้หมดแล้ว แต่สุดท้ายพวกเขาก็ต้องกลับมาสูญเสียทุกอย่าง

ข้อคิดที่ควรรู้และอย่าทำผิดพลาดแบบพวกเขา 

1. ทางเลือกการลงทุนที่สุดแย่

“พ่อแม่ฉันเป็นคนมัธยัสถ์มากๆ ทั้งชีวิตและมีเงินเก็บเยอะมาก วันหนึ่งพวกเขาตัดสินใจปิดธุรกิจที่ทำมาทั้งชีวิต (พวกเขาเบื่อมันแล้ว) และก็ปล่อยให้คนเช่าตึกที่เคยใช้ทำธุรกิจ

แต่โชคไม่ดีที่พวกเขาไม่คิดว่าเงินที่ได้จากค่าเช่านั้นจริงๆ แล้ว มีพอที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดของพวกเขา จากที่เคยทำงานมาตลอดชีวิต พวกเขาเลยคิดว่าจะต้องทำงานต่อไปและใช้เวลาและเงินกับการทำธุรกิจอื่นๆ อีกด้วย

แต่การลงทุนของพวกเขาก็พังลงแบบที่พวกเราคาดไม่ถึง และพวกเราก็ต้องขายตึกจากธุรกิจเก่าออกไปเพื่อนำเงินมาจ่ายหนี้ ตอนนี้พวกเขาไม่มีเงินเก็บพอใช้สำหรับช่วงเกษียณอายุ

คำแนะนำที่ดีที่สุดของผมสำหรับคนหนุ่มๆ ก็คือคุณต้องใช้ประโยชน์จากแผนการเกษียณของพวกคุณให้ได้มากที่สุด ถ้าหัวหน้าของคุณมีให้ คุณจะต้องใช้จ่ายให้น้อยๆ และเก็บออมเล็กๆ เท่าที่คุณจะทำได้”

-gilahacker

2. ทางเลือกการลงทุนที่อนาจสุดๆ

“พี่ชายภรรยาผม เป็นคนรวยหลายล้านและตอนนี้เขาอยู่ได้จากกองทุนประกันสังคม และการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์เล็กๆ เขาสร้างธุรกิจทำของขวัญต่างๆ เขาเคยเป็นหุ้นส่วนของ Beanie Babies กำไลน่ารักๆ และสิ่งอื่นๆ ซึ่งธุรกิจนี้เริ่มประมาณปี 2004

เขาเสียเงินทั้งหมดเพราะเอาไปลงทุนกว่าแสนดอลลาร์ เพราะใช้เงินหลายพันดอลลาร์ไปซื้อ ‘rock collectibles’ เช่น เบสของฮอฟเนอร์ที่ถูกเซ็นโดยสมาชิกวง The Beatles ทุกคน หรือ ก๊อปปี้ของอัลบัม Sgt. Peppers ถูกเซ็นโดยโดยสมาชิกวงเดอะบีเทิลทั้งหมด ทุกอย่างมันเป็นสิ่งหลอกลวง เป็นของปลอม และเขาก็ได้ผลาญเงินไปกับพวกของเล่น เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ ทีวีจอยักษ์ และอะไรอีกมากมาย”

-dramboxf

3. ใช้จ่าย ไม่เก็บออม

“คุณพ่อเป็นคนรวยแต่ไม่ค่อยฉลาด ในปี 1996 เขาสร้างรายได้มากมายจากการเป็นนายหน้าและนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ พวกเราเลยได้แต่สิ่งดีๆ เช่น เข้าโรงเรียนเอกชน เสื้อผ้าใหม่ เดินทางไปเม็กซิโก รัสเซีย สาธารณรัฐโดมินิกัน ปัวเตอริโก และอื่นๆ

แต่เขาไม่ได้ออมเงิน เขาใช้เงินตามความฝันของเขา เช่น ซื้อรถ บ้าน ลุงทุน และพาครอบครัวย้ายบ้านไปอยู่ต่างประเทศ

ในปี 2005 เขามีบ้านถึง 20 หลัง (ส่วนใหญ่เป็นบ้านเช่า) และครอบครัวที่รอเขาอยู่อีกประเทศนึง และในปี 2007 เขาก็ประสบกับวิกฤติการณ์พังพินาศของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งรายได้ ทรัพย์สิน เงินเก็บออมของเขาทั้หมดไปอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ จากที่เราเคยจัดทริปไปต่างประเทศทุกปีก็ต้องกลายมาเป็นยาจก”

-Ingloriousfiction

4. คนในครอบครัวตายและไม่มีประกันชีวิต

“ผมมีชีวิตวัยเด็กที่เยี่ยมมาก พวกเราไปเที่ยวทะเลหนึ่งครั้งต่อปี พ่อแม่พวกผมไม่เคยปฎิเสธที่จะซื้อของใหม่ให้ผมและพี่ชาย ผมโชคดีมากๆ จนกระทั่งผมอายุ 14 คุณแม่ผมเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเองและก็เริ่มป่วยหนัก

เมื่อผมอายุ 16 คุณพ่อผมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างกระทันหัน เขาไปทำงานในเช้าวันหนึ่งและไม่เคยกลับมา ตอนที่แม่ผมป่วยหนักผมทำใจแล้วว่าทุกอย่างมันจะต้องเปลี่ยนไป แต่สำหรับผมแล้วเหตุการณ์นี้มันแย่กว่าของคุณแม่ พวกเราไม่รู้เลยจริงๆ ว่าจะทำอะไรต่อไป

คุณพ่อผมไม่ได้ทำประกันชีวิตเอาไว้ (เลือกประกันสุขภาพอย่างไรดี) ดังนั้นเขาไม่เหลืออะไรให้เราใช้เลย ยกเว้นเงินที่อยู่ในธนาคารซึ่งมันช่วยไม่ได้เลย

ผมเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้ว่า เงินมันควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำจริงๆ แต่เราสามารถเลือกที่จะมีความสุขกับสิ่งที่เรามี ตอนนี้ผมมีความสุขมากเมื่อนึกย้อนกลับไป ผมจะไม่ยอมแลกประสบการณ์ชีวิตครั้งนี้ เพราะมันทำให้ผมรู้ว่าผมสามารถเอาชนะทุกอย่างได้ แค่ผมตั้งใจทำมัน มันยากเฉพาะตอนที่เราต้องเดินไปเท่านั้น”

เรียนรู้เรื่องเงิน วางแผนทางการเงิน ไลฟ์สไตล์ พูดคุยบันเทิง