ขี้เกียจอย่างไรให้ได้ดี 3 เคล็ดลับทำงานน้อยแต่ได้ผลมาก

Share this article with other mums

วันที่อยากนอนโง่ๆ อยู่บ้าน ก็ยังทำงานเสร็จได้ ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ 3 ข้อ

ทุกคนย่อมเคยมีโมเมนต์อยากขี้เกียจ ทำอะไรที่อยากทำ หรือบางทีก็ ไม่ทำอะไรเลย นอนเล่นโง่ๆ อยู่เฉยๆ ถ้าโมเมนต์นี้ดันเกิดตอนที่กำลังทำงานอยู่ บางคนก็อาจจะผลาญเวลาไปโดยเสียเปล่า จนกว่าจะถึงเวลาเลิกงาน แต่จะให้เป็นแบบนี้ต่อไป สักวันนึงไม่แคล้วเก้าอี้ทำงานสั่นคลอน แต่เชื่อไหมว่า ขี้เกียจแต่ได้งาน มีอยู่จริงนะ

ไม่ได้ตั้งใจขี้เกียจขี้เกียจแต่ได้งาน work working office comic

สมองของเราไม่ได้ทำงาน แค่วันละ 12 ชั่วโมง หรือตามเวลาเท่านั้นเท่านี้ แล้วหยุดพักตัวเองตามที่เราสั่ง เคยสังเกตไหมว่า รู้สึกทรมานเหลือเกินว่าเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า นั่นเป็นเพราะสมอง ก็เหมือนกับอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายที่อ่อนล้าเป็น แต่ถ้าเกิดว่า สมองหรือร่างกายเราไม่พร้อมทำงาน ตามเวลาที่ควรจะเป็น เช่น จันทร์ถึงศุกร์ เก้าโมงเช้าถึงหกโมงเย็น ก็จะถูกมองว่า ขี้เกียจได้ ถ้าอย่างนั้น เรามีวิธีที่ช่วยให้คุณ ขยับร่างกายแค่เพียงเล็กน้อย แต่ได้ผลลัพธ์เยอะ ไปลองทำดู

1. เทคนิคโพโมโดโร่

ขี้เกียจแต่ได้งาน work working office comic

วิธีตามแบบเทคนิคโพโมโดโร่ (Pomodoro Technique) คือ ตั้งเวลาทำงานตามด้วยเบรกเป็นช่วงๆ เช่น ลงมือทำงาน 25 นาที ตามด้วยการพักเบรก 5 นาที นับเป็น 1 ชุด โพโมโดโร่ เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า มะเขือเทศ ฟรานเซสโก ซิริลโล ผู้คิดค้นวิธีนี้ได้แรงบันดาลใจ มาจากเครื่องจับเวลาในครัวรูปร่างเหมือนมะเขือเทศ ที่เขาเคยใช้

การพักเบรกจะช่วยฟื้นฟูจิตใจ ให้ได้พักก่อนกลับไปนั่งทำงานต่อที่โต๊ะ ช่วยให้คุณสามารถโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้มากขึ้นด้วย

2. ผลัดวันประกันพรุ่งแบบมีเป้าหมาย

เรามักทำสิ่งที่อยากทำ แทนสิ่งที่ควรทำ ให้ถามตัวเองว่า สิ่งที่เราอยากทำ ทำแล้วได้อะไร เช่น นอนต่อ 10 นาที ถ้าได้คำตอบว่า นอนต่อแล้วทำให้รู้สึกดีขึ้นกว่าตื่นตามเวลา ก็นอนไป การตั้งเป้าหมายให้กับความขี้เกียจของตัวเอง เป็นการฝึกตรรกะ การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล เวลาที่คนอื่นมาใช้เหตุผลกับการขี้เกียจของเรา เราจะรู้สึกต่อต้าน แต่ถ้าเราใช้เหตุผลกับตัวเราเอง จะรู้สึกตรงกันข้ามกัน เช่น ถ้าเราหาเหตุผลของการนอนต่อไม่ได้ เราจะเริ่มรู้สึกกระตือรือร้นขึ้นมาเอง เผลอๆ จะกลายเป็นคนขยันขึ้นมาแทน

3. อยู่ให้ห่างจากโต๊ะทำงานของคุณ

ไหนๆ นั่งอยู่ที่โต๊ะก็ไม่ได้ทำงาน ก็ลุกขึ้นไปที่อื่นแทนสิ เช่น เดินรอบๆ ออฟฟิศ หรือตึกสำนักงาน ประมาณ 5 นาที หรือไปชงกาแฟหอมๆ สักถ้วยในครัว หรือลุกเดินไปเม้าท์มอยซีรีส์เรื่องใหม่ใน Netflix กับเพื่อนที่ทำงาน ทำอะไรก็ได้ ที่ไม่ได้อยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเอง

สรุปแล้ว ไม่ว่าจะขี้เกียจหรือขยัน ขอแค่ว่า สิ่งนั้นไม่กระทบเป็นอันตรายกับชีวิตของเราแล้วคนรอบข้าง ก็โอเคแล้วเน้าะ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

จะก้าวหน้าในหน้าที่การงานยังไง ถ้าเจอเจ้านายไม่เก่ง

7 วิธีสยบอารมณ์เครียด ทำแล้วเห็นผลทันที 

อาชีพและการทำงาน สมดุลในชีวิตการทำงาน